สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่า มีนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 20 คน หลังเพื่อนร่วมโรงเรียนสองคน อายุ 15 และ 14 ปี เปิดฉากยิงด้วยปืนพกกล็อก (Glock) ขนาด 9 มม. และปืนลูกโม่ขนาด .38 ในโรงเรียนมัธยมซานโฮเซ ในเมืองทาโคลบัน บนเกาะเลย์เต ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ในวันจันทร์ (22 มิ.ย.) โดยผู้บาดเจ็บที่อายุน้อยที่สุดคือเด็กอายุ 12 ขวบ

นายราฟาเอลิโต อเลฮานโดร เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายป้องกันภัยพลเรือน กล่าวกับรอยเตอร์สว่า เหตุการณ์นี้จะเปลี่ยนวิธีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของโรงเรียน ไม่ใช่แค่สำหรับแผ่นดินไหว และฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเร่งการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่แค่สำหรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่ยังรวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดจากมนุษย์ และอาชญากรรมด้วย

ร.ท.อีวาไลน์ ดิแอซ โฆษกตำรวจฟิลิปปินส์ กล่าวว่า นักเรียนบางคนตกใจวิ่งหนี และเผลอไปเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ แทนที่จะหลบอยู่ใต้โต๊ะ ขณะที่ตำรวจกล่าวว่า พบปลอกกระสุนอย่างน้อย 40 ปลอกในที่เกิดเหตุ

เธอเสริมว่า เราไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์แบบนี้ และเด็ก ๆ ไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไร จึงวิ่งไปคนละทิศคนละทาง

นายเทโอโดโร เฮอร์โบซา รมว.สาธารณสุขฟิลิปปินส์ กล่าวว่า เขาจะประชุมกับเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาและสาธารณสุข เพื่อปรับปรุงมาตรการฉุกเฉิน และเตรียมความพร้อมครูและนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปืน รวมถึงการฝึกอบรมผู้คนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS