กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่อเมริกา หลังจากคลิปวิดีโอหลักฐานชิ้นใหม่ของเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2023 ถูกนำมาเผยแพร่จนเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ เผยให้เห็นนาทีชีวิตของ 2 พนักงานร้านสตาร์บัคส์ ในสหรัฐ ที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมงานจากการถูกโจรไอ้โม่งบุกจ่อหัวปล้น ก่อนจับได้ว่าเป็น “ปืนปลอม” จึงช่วยกันล็อกตัวส่งตำรวจได้สำเร็จ ทว่าตอนจบกลับไม่สวยเหมือนในหนัง เพราะไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ทั้งคู่กลับถูกบริษัท “ไล่ออก” ทันที โดยอ้างเหตุผลว่า ทำผิดนโยบายความปลอดภัยขององค์กร เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดว่า นโยบายบริษัทควรอยู่เหนือสิทธิในการป้องกันตัวของมนุษย์หรือไม่!

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ร้านสตาร์บัคส์ สาขาใกล้กับวิทยาเขตมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ โดยมีชายสวมหน้ากาก 2 คนพร้อมอาวุธปืน บุกเข้ามาในร้านเพื่อหวังชิงทรัพย์ พนักงาน 10 คนและลูกค้าอีก 1 คนในร้านต่างทำตามคำสั่งโดยการหมอบลงกับพื้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด

ความขัดแย้งเริ่มรุนแรงขึ้น เมื่อโจรคนหนึ่งปรี่เข้าไปที่เคาน์เตอร์ และผลักพนักงานหญิงคนหนึ่งอย่างแรง ไมเคิล แฮร์ริส พนักงานที่ดูแลช่องบริการไดรฟ์ทรู เห็นท่าไม่ดี จึงพยายามเข้าไปช่วยดึงเพื่อนร่วมงานออก แต่กลับถูกโจรใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่หลังศีรษะอย่างแรง

เมื่อ เดวิน โจนส์-แรนซัม พนักงานชายอีกคนเห็นเพื่อนถูกทำร้าย และสบโอกาสที่โจรลดปืนลงชั่วขณะ จึงตัดสินใจพุ่งกระแทกโจรจนล้มคว่ำลงกับพื้น แรงกระแทกนั้นทำให้ปืนของโจรหักครึ่ง และเผยให้เห็นว่ามันเป็นเพียง “ปืนปลอม” สองพนักงานหนุ่มจึงฮึดสู้ และช่วยกันล็อกตัวคนร้ายไว้ได้สำเร็จ ซึ่งในเวลาต่อมาคนร้ายทั้งสองถูกศาลพิพากษาจำคุกตามระเบียบ

แม้เรื่องราวจะจบลงด้วยการจับกุมคนร้ายได้ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ ไมเคิล และ เดวิน กลับได้รับโทรศัพท์จากผู้บริหารแจ้งว่า “พวกคุณถูกไล่ออก” ไมเคิล แฮร์ริส ยอมรับว่าเขารู้สึกช็อก ตกใจ และสับสนมาก เพราะข่าวในกระแสหลักเริ่มซาลงแล้ว แต่บริษัทกลับเลือกที่จะตัดหางปล่อยวัดพนักงานที่ปกป้องร้านและเพื่อนร่วมงาน

โดยทางสตาร์บัคส์ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุผลดังนี้

“พนักงานทั้งสองไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยของบริษัทที่ระบุว่า ให้พนักงานยอมทำตามข้อเรียกร้องของคนร้าย และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดๆ ที่อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงหรือกระตุ้นอันตราย

บริษัทเน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดคือการให้ทุกคนรอดชีวิต การเผชิญหน้าหรือต่อสู้กลับ อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ร้ายแรงกว่านี้ หากปืนกระบอกนั้นเป็นปืนจริง แม้บริษัทจะโล่งใจที่ไม่มีใครได้รับอันตรายร้ายแรง แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ เพื่อปกป้องคนหมู่มากในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด”

ด้านทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ไมเคิล แฮร์ริส ได้ออกมาโจมตีนโยบายนี้ของสตาร์บัคส์อย่างรุนแรง โดยชี้ว่าระเบียบข้อบังคับดังกล่าวเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ “การสั่งห้ามไม่ให้พนักงานต่อสู้หรือขัดขืนใดๆ แม้ในนาทีที่ชีวิตกำลังถูกคุกคาม เช่น การที่ไมเคิลโดนปืนตบหัว เท่ากับเป็นการบังคับให้มนุษย์ต้องยอมสละสิทธิ์ในการป้องกันตัวตามธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายที่หย่อนยานและยอมโอนอ่อนแบบนี้ จะกลายเป็นการส่งสัญญาณ และแฝงความหมายที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดเหตุปล้นสะดมในร้านค้ามากขึ้น เพราะโจรจะรู้ทันทีว่าพนักงานสตาร์บัคส์จะไม่มีวันสู้กลับ” ทนายความกล่าว

ที่มาและภาพ : BASTILLE POST