เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ​ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,197 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2569 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

​ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่มีสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม 2569 และมีการปรับจำนวนทีมเข้าร่วมจาก 32 เป็น 48 ทีม ซึ่งจะทำให้การแข่งขันจากเดิมที่มี 64 แมตช์ เพิ่มเป็น 104 แมตช์

พร้อมปรับรูปแบบรอบแบ่งกลุ่มให้เป็น 12 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 4 ทีม โดยจะมี 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะคัดเอาทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้ารอบอัตโนมัติ ส่วนโควตา 8 ทีมที่เหลือจะเป็นของทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดของแต่ละกลุ่ม โดยรอบชิงชนะเลิศซึ่งเป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 มีกำหนดจัดขึ้นที่สนามสนามกีฬาเมตไลฟ์ เมืองอีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

โดยการสำรวจมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ : กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าทีมฟุตบอลที่จะได้เป็นแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อันดับหนึ่งคือ ทีมชาติอาร์เจนตินา ร้อยละ 29.9 อันดับสองคือ ทีมชาติฝรั่งเศส ร้อยละ 19.2 อันดับสามคือ ทีมชาติอังกฤษ ร้อยละ 11.9 อันดับสี่คือ ทีมชาติสเปน ร้อยละ 10.7 อันดับห้าคือ ทีมชาติบราซิล ร้อยละ 7.2

และคิดว่านักเตะที่จะได้เป็นดาวซัลโว (ยิงประตูมากที่สุด) ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อันดับหนึ่งคือ ลิโอเนล เมสซี ทีมชาติอาร์เจนตินา ร้อยละ 28.4 อันดับสองคือ คีลิยัน เอ็มบัปเป ทีมชาติฝรั่งเศส ร้อยละ 18.4 อันดับสามคือ แฮร์รี เคน ทีมชาติอังกฤษ ร้อยละ 13.7 อันดับสี่คือ คริสเตียโน โรนัลโด ทีมชาติโปรตุเกส ร้อยละ 12.4 อันดับห้าคือ เออร์ลิง ฮาลันด์ ทีมชาตินอร์เวย์ ร้อยละ 5.6

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เคยพบเห็นการพนันฟุตบอล ร้อยละ 73.7 โดยรู้สึกว่าการพนันฟุตบอลเป็นเรื่องที่พบเห็นจนเป็นเรื่องปกติ ร้อยละ 60.9 และคิดว่าในช่วงเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ทำให้มีการพนันฟุตบอลมากยิ่งขึ้น ร้อยละ 56.6

ในส่วนของการรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับการเชิญชวนให้พนันฟุตบอลผ่านสื่อ อันดับหนึ่งคือ เฟซบุ๊ก (Facebook) ร้อยละ 36 อันดับสองคือ ติ๊กต็อก (Tiktok) ร้อยละ 20.9 อันดับสามคือ SMS ร้อยละ 16.5 อันดับสี่คือ เอ็กซ์ (X) ร้อยละ 7 อันดับห้าคือ ไลน์ (Line) ร้อยละ 6.5

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่า ไม่แน่ใจ ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องได้เข้มงวดในการป้องกันไม่ให้มีการพนันฟุตบอล ร้อยละ 42.9 อยากให้ทางรัฐบาลเข้มงวดในการป้องกันไม่ให้มีการพนันฟุตบอลในช่วงเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลก2026 ร้อยละ 74 และหากพบเห็นการพนันฟุตบอลจะแจ้งให้แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการเกี่ยวกับการพนันฟุตบอล ร้อยละ 59

โดยคิดว่าการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2026 ทำให้ประชาชนสนใจอยากออกกำลังกายผ่านกีฬาฟุตบอล ร้อยละ 39.2.