เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 ลงพื้นที่สำรวจย่านสีลม ซอย 4 และพื้นที่โดยรอบในช่วงเวลากลางคืนของวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังได้รับข้อร้องเรียนจากทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการเห็น “ไนท์มาร์เก็ต” และกิจกรรมเศรษฐกิจกลางคืนกลับมาคึกคักอีกครั้ง

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการสังเกตสภาพเศรษฐกิจในย่านสถานบันเทิงสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งแม้จะยังมีร้านอาหารและสถานบันเทิงเปิดให้บริการ แต่บรรยากาศการค้าริมทางและไนท์มาร์เก็ตหายไปอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต ภายหลังการจัดระเบียบผู้ค้าทางเท้าและการย้ายผู้ค้าบางส่วนไปยังพื้นที่ที่กำหนด โดย กทม.ได้ดำเนินมาตรการจัดระเบียบเพื่อความเป็นระเบียบของทางเท้าและการสัญจรของประชาชนตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า สีลมเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจกลางคืนที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย หากบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ทางเดิน และการกำหนดโซนค้าขายอย่างเหมาะสม จะสามารถสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของผู้ใช้ทางเท้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการได้

ตนจึงเสนอแนวคิดฟื้นเศรษฐกิจกลางคืนผ่านโมเดล จัดโซนไนท์มาร์เก็ตที่ชัดเจน คือ ใช้ระบบดิจิทัลบริหารผู้ค้า, กล้อง AI และไฟส่องสว่างเพิ่มความปลอดภัย, มาตรฐานสุขอนามัยและการจัดการขยะ, เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการเดินทางสาธารณะ, ขยายต้นแบบไปยังพื้นที่เศรษฐกิจทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ โดยมองว่าแต่ละเขตควรมี “แลนด์มาร์คเศรษฐกิจกลางคืน” ของตนเอง เพื่อกระจายรายได้ ไม่ให้การท่องเที่ยวกระจุกตัวเฉพาะบางพื้นที่

ดร.มัลลิกา ระบุต่อไปว่า เศรษฐกิจกลางคืนไม่ใช่เพียงเรื่องร้านค้า แต่คือการสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มการท่องเที่ยว และทำให้เมืองมีชีวิต หากบริหารด้วยกติกาที่ชัดเจน เทคโนโลยี และความร่วมมือของทุกฝ่าย กรุงเทพฯ จะสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาล พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการและประชาชนไปพร้อมกัน พร้อมย้ำว่า หากได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะผลักดันนโยบาย “Bangkok Night Economy” เพื่อฟื้นเศรษฐกิจกลางคืนอย่างเป็นระบบ โดยใช้สีลมเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบ ก่อนขยายผลสู่ย่านเศรษฐกิจสำคัญในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ.