นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.กรณีมี ส.ส.อภิปรายพาดพิงว่ากระทรวงคมนาคมปล่อยปะละเลยการพัฒนาถนนหนทางตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับอธิปไตยของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นอันดับแรก

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ไม่ปกติตามแนวชายแดน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับอธิปไตยของผืนแผ่นดินไทยมาโดยตลอด หากกระทรวงกลาโหมต้องการงบประมาณสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นงบกลางหรือแหล่งงบใด เพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดน นายกรัฐมนตรีพร้อมสนับสนุน โดยกำชับเพียงให้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ในส่วนของปัญหาถนนชายแดน รัฐบาลได้รับฟังเสียงจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและแนวชายแดน ซึ่งมี ส.ส.ในพื้นที่สะท้อนปัญหาเข้ามาทุกสัปดาห์ เช่น กรณีพื้นที่เนิน 350 ที่ทหารและประชาชนต้องการเส้นทางเข้าถึง เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานและการดูแลความปลอดภัยของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างถนนในพื้นที่ชายแดนไม่ได้ทำได้ทันทีเหมือนถนนทั่วไป เพราะหลายพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ก่อน ขณะเดียวกันบางจุดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ทำให้ไม่มีเอกชนรายใดกล้าเข้าไปรับงานก่อสร้าง

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในกรณีเช่นนี้ ฝ่ายทหารจึงเป็นหน่วยงานที่เหมาะสมในการดำเนินการ เพราะเข้าใจสภาพพื้นที่และสามารถปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดด้านความมั่นคงได้ โดยรัฐบาลเปิดช่องให้ฝ่ายความมั่นคงจัดทำข้อเสนอของบประมาณเข้ามา และพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากเป็นโครงการที่จำเป็นต่ออธิปไตย ความปลอดภัย และประโยชน์ของประชาชน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ได้ลงพื้นที่ชายแดนเหมือนในอดีต โดยยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายกลาโหมและมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการตรวจดูพื้นที่ด่านต่าง ๆ ทางอากาศ

“ในฐานะคนศรีสะเกษ ผมยืนยันว่ารัฐบาลยังติดตามสถานการณ์ช่องสะงำและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด การไม่ได้ประชาสัมพันธ์หรือทำคอนเทนต์ ไม่ได้แปลว่าไม่มีการทำงาน รัฐบาลไม่มีวันปล่อยปะละเลย และให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาอธิปไตยของไทยทุกตารางนิ้ว” นายสิริพงศ์ กล่าว