สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่าภาพยนตร์ภาษาจีนแต้จิ๋วเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” (Dear You) ที่กำลังเข้าฉายในหลายประเทศและภูมิภาค ได้รับความนิยมและสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมอย่างลึกซึ้ง ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันในครอบครัว การอุทิศตนเพื่อชุมชน และมรดกทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก พร้อมเผยให้เห็นบทบาทของชาวจีนโพ้นทะเลในการสืบสานขนบธรรมเนียมและประเพณีบรรพบุรุษ การอุทิศตนเพื่อแผ่นดินเกิดและสังคมท้องถิ่น รวมถึงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ทวิภาคี


มรดกดังกล่าวปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการอพยพสู่ “หนานหยาง” หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมา และยังเป็นภาพสะท้อนอันเด่นชัดของความขยันหมั่นเพียร ความกตัญญู และการอุทิศตนของชาวจีนโพ้นทะเล

“เฉียวพี” ความทรงจำทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา


เมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษก่อน ชาวจีนจำนวนมากจากมณฑลชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง และฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังไทยเพื่อแสวงหาโอกาสทำมาหากินและต้องเผชิญความยากลำบากและความท้าทาย ชาวจีนโพ้นทะเลผู้มุมานะเหล่านี้ ก็คล้ายกันกับตัวละครเจิ้งมู่เซิงในภาพยนตร์ที่มักส่ง “เฉียวพี” หรือ “โพยก๊วน” กลับไปยังครอบครัวทันทีที่เริ่มมีรายได้


เฉินเจิ้นจื้อ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมค้าทองคำ ออกเดินทางจากบ้านเกิดในมณฑลกวางตุ้งเพื่อมาอยู่กับพี่ชายที่ไทยเมื่อช่วงทศวรรษ 1950 เฉินเริ่มส่งเฉียวพีตั้งแต่สมัยวัยรุ่น และบอกเล่าว่า เมื่อใดก็ตามที่ตัวเขาและพี่ชายคิดถึงบ้านเกิดและครอบครัว พวกเขาจะส่งเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เพิ่งเก็บออมได้กลับไปให้ที่บ้านทันที


“เฉียวพี” ยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเด็กของหลินฉู่ชิน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าไทย-จีน พ่อแม่ของหลินอพยพมาทำงานที่ไทยตั้งแต่ยังอายุไม่มาก และส่งเฉียวพีกลับไปยังบ้านเกิดอย่างสม่ำเสมอแม้จะมีรายได้ไม่มากนัก หลินกล่าวว่า เขายังคงเก็บสำเนาเอกสาร “เฉียวพี” จำนวนสองฉบับเอาไว้ ส่วนเอกสารฉบับจริงถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่จีน


เบื้องหลังเฉียวพีเหล่านี้ คือความโหยหาอันลึกซึ้งที่มีต่อแผ่นดินเกิด ปัจจุบัน เฉินยังคงรักษาสายสัมพันธ์กับบ้านเกิดของบรรพบุรุษไว้อย่างแน่นแฟ้น และได้ลงทุนในโครงการพัฒนาหลายแห่ง ที่เมืองเจียหยาง ในมณฑลกวางตุ้ง และมักพาลูกหลานกลับไปเยี่ยมเยือนอยู่เสมอในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเฉินกล่าวย้ำว่ารากเหง้าของเราอยู่ที่จีน และหวังว่าคนรุ่นหลังจะไม่ลืมว่า พวกเรามาจากไหน

การตอบแทนสู่สังคมท้องถิ่น


นอกเหนือจากการปลูกฝังความผูกพันต่อแผ่นดินเกิดแล้ว ชาวไทยเชื้อสายจีนหลายรุ่นยังคงยึดมั่นในคุณธรรมและค่านิยมตามบรรพบุรุษ พร้อมหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและตอบแทนสังคมผ่านการดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก่อตั้งโดยชาวจีนโพ้นทะเลในไทย สวีกวงฮุ่ย รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่าคำว่า “ป่อเต็ก” ซึ่งออกเสียงในภาษาจีนกลางว่า “เป้าเต๋อ” แฝงความหมายอยู่สองนัย ประการแรก คำนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แสดงความรู้สึกขอบคุณต่อไทย ดินแดนที่เปิดโอกาสให้ชาวจีนโพ้นทะเลได้ตั้งรกรากและเจริญรุ่งเรือง ประการที่สอง คือการแสดงความเคารพต่อแผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมและมรดกที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน มูลนิธิยังคงใช้ชื่อที่ออกเสียงตามสำเนียงจีนดั้งเดิม เพื่อให้คนรุ่นหลังไม่ลืมรากเหง้าและที่มาของตนเอง


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินงานสาธารณประโยชน์ที่ครอบคลุม ตั้งแต่ตอนเกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต อีกทั้งจัดหาเครื่องมือประกอบอาชีพและฝึกอบรมวิชาชีพแก่ผู้ยากไร้ ส่งอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเหตุฉุกเฉิน รวมถึงจัดการศพไร้ญาติอย่างเหมาะสม จนเป็นที่รับรู้กันในสังคมไทยว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ เพลิงไหม้ หรือเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งคือหนึ่งในหน่วยงานแรกที่ผู้คนนึกถึง และติดต่อขอความช่วยเหลือ


สวีกล่าวทิ้งท้ายว่า จิตวิญญาณแห่งการทำความดีที่หยั่งรากลึกในวัฒนธรรมจีน จะถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นทั้งในจีนและไทย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA