เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข วาระ 2 และ 3 ตามที่ คณะกรรมการธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาฯ วุฒิสภา ที่มีพลที่มีพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.ในฐานะประธานกมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรเคยให้ความเห็นชอบและส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมาให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ มีจำนวนทั้งสิ้น 13มาตรา มีสาระสำคัญคือ การนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.48 ถึงวันที่16 ก.ค.68 ยกเว้นความผิด 3 มูลฐาน ที่ไม่ยู่ในเงื่อนไขได้รับนิรโทษกรรมคือ 1.ความผิดคดีทุจริต 2.ความผิดมาตรา112 และ 3.ความผิดที่ทำให้บุคคลอื่นเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ กมธ.วิสามัญฯ วุฒิสภา มีการแก้ไข มาตรา11จากเดิมที่กำหนดให้ผู้กระทำความผิดอายุไม่ถึง 18ปี ได้รับการพิจารณายุติการดำเนินคดี แก้ไขใหม่โดยเพิ่มเติมวรรคสองว่าไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ขณะที่ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว.อภิปรายตั้งข้อสังเกตความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส.และ พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสว. ที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข อาจทำให้เกิดผลพวงนิรโทษกรรมคดีเลือกตั้ง สส. และคดีฮั้วเลือก สว.หรือไม่ โดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการกมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า บัญชีแนบท้ายพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีกฎหมายรวม 29ฉบับ กมธ.ไม่ได้แก้ไขเนื้อหาที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎี มีเพียงการจัดเรียงลำดับศักดิ์ของกฎหมายใหม่เท่านั้น ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมคดีเลือกตั้ง สส. และคดีฮั้วเลือก สว. เราไม่นิรโทษกรรมตัวเอง
ทั้งนี้หลังจากวุฒิสภาพิจารณาวาระสอง ทุกมาตราเสร็จแล้ว ได้ลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยคะแนน 103 ต่อ 3 งดออกเสียง 22 โดยจะส่งร่างพ.ร.บ.กลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้งว่า จะเห็นชอบกับเนื้อหาที่ สว.แก้ไขหรือไม่.



