โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าของทีมชาติสหรัฐอเมริกา มีส่วนสำคัญในการช่วยชาติบ้านเกิดผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังเอาชนะ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ทว่าน่าเสียดายที่นัดหน้า บาโลกัน จะไม่ได้ลงสนาม เพราะถูกแบนจากทำฟาวล์ จนโดนใบแดงไล่ออก

บาโลกัน ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ให้ทัพ “พญาอินทรี” นาทีที่ 45 ทว่านาทีที่ 64 เขาดันไปทำฟาวล์โดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยการเหยียบข้อเท้าของ ทาริก มูฮาเรโมวิช แข้งบอสเนียฯ ส่งผลให้โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนาม
เรื่องกลายเป็นดราม่าขึ้นเมื่อมีคนหยิบยกกรณีของ ลิโอเนล เมสซี สตาร์ของอาร์เจนตินา ก็เหยียบขาคู่แข่งในลักษณะคล้ายๆ กันในเกมกับ แอลจีเรีย แต่ เมสซี ได้รับแค่ใบเหลืองเท่านั้น โดยหนึ่งในคนที่พูดถึงเรื่องนี้คือ เจมส์ ดัคเกอร์ นักข่าว “เดอะ เทเลกราฟ” สื่อดังเมืองผู้ดี

โดย ดัคเกอร์ เปิดประโยคมาว่า “มันจะมีกฎหนึ่งข้อสำหรับ เมสซี และอีกกฎสำหรับคนอื่นๆ” เป็นการพูดในเชิงว่า เมสซี มักจะมีอภิสิทธิ์พิเศษเหนือกว่าคนอื่น เช่นเดียวกันกับสิ่งที่ บาโลกัน โดนในเกมนี้ แต่ เมสซี ไม่โดน
ซึ่ง ดัคเกอร์ บอกว่า ทั้งสองเหตุการณ์นี้คล้ายคลึงกันมาก เพราะทั้ง เมสซี และ บาโลกัน ต่างก็จ้องจะไปเล่นที่บอล แต่บังเอิญไปเหยียบใส่คู่แข่งแบบไม่ตั้งใจ จึงมองว่า ถ้า เมสซี ไม่โดนไล่ออก บาโลกัน ก็เช่นกัน ซึ่ง ฟีฟ่า จะไม่มีการให้อุทธรณ์ใบแดงของ บาโลกัน

ขณะที่ เสียงแฟนบอลแตกออกเป็นหลายฝ่าย บ้างก็เข้าไปโต้เถียงว่า เพราะความรุนแรงมันต่างกัน บ้างก็บอกว่า ทั้งคู่สมควรโดนใบแดง บางคนก็ส่งรูปภาพจังหวะฟาวล์คล้ายๆ กัน ที่เกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์นี้ ว่า ส่วนใหญ่เหมือนจะไม่ให้ใบแดง เพราะมองว่าเป็นอุบัติเหตุ ทว่าคนที่น่าสงสารที่สุดคงเป็น โฟลาริน บาโลกัน เพราะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว
ภาพ Gettyimages



