สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า รายงานของรัฐบาลวอชิงตันระบุว่า การกระทำเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกปฏิบัติทางเศรษฐกิจ ที่มีมายาวนานต่อบริษัทสหรัฐ และบริษัทต่างชาติอื่น ๆ และเสริมว่า การเลือกปฏิบัติดังกล่าว “ละเมิดโดยตรง” ต่อข้อตกลงการค้าทวิภาคีฉบับล่าสุด

นายพัค อิล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า รายงานดังกล่าวเป็นรายงานด้านเดียว สะท้อนเฉพาะข้อกล่าวอ้างของคูปังเท่านั้น พร้อมเสริมว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติต่อคูปัง และบริษัทอื่น ๆ ของสหรัฐนั้น “ไม่เป็นความจริง”

คูปังซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ และมีสำนักงานอยู่ที่เมืองซีแอตเติล ตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบด้านกฎระเบียบ และความไม่พอใจของสาธารณชนอย่างมากในปีที่แล้ว หลังข่าวการรั่วไหลของข้อมูลของลูกค้ามากถึง 33.7 ล้านบัญชี แต่ในเวลาต่อมา คูปังกล่าวว่า บุคคลดังกล่าวเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชี เพียงประมาณ 3,000 บัญชีเท่านั้น

รายงานระบุว่า หน่วยงานของเกาหลีใต้มากกว่า 10 แห่ง ได้เริ่มการสอบสวนคูปังหลายสิบเรื่อง รวมถึงในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลรั่วไหล โดยได้ขอเอกสารมากกว่า 4,000 รายการ และสัมภาษณ์พนักงานของบริษัทอย่างน้อย 652 คน

นอกจากนั้น หน่วยข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ (เอ็นไอเอส) ยังบังคับให้คูปังกู้คืนข้อมูลอย่างอันตราย รวมถึงส่งพนักงานไปยังประเทศจีน เพื่อกู้คืนอุปกรณ์และคำให้การจากอดีตพนักงานที่เกี่ยวข้อง มากไปกว่านั้น คูปังยังต้องว่าจ้างนักดำน้ำ เพื่อกู้แล็ปท็อปที่ถูกทิ้งลงในแม่น้ำ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS