ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการการกองส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัย และนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมจัดกิจกรรมส่งมอบต้นกล้า และปลูกไม้มีค่าเป็นแนวป่ากันชนริมน้ำ ภายใต้โครงการวิจัย เรื่องการบริหารจัดการปลูกไม้มีค่าริมน้ำ เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศ และเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนเชิงบูรณาการ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายภูวนารถ จารุภูมิก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้นตาล คณะผู้ทรงคุณวุฒินวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) นายธานินทร์ ผะเอม นายดุริยะ สถาพร นายวุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี นายพีฒน์พงษ์ เนียมมีศรี หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนชาวตำบลต้นตาล พร้อมเเขกผู้มีเกียรติร่วมพิธี ณ สุ่มปลายักษ์ ต.ต้นตาล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

ดร.อุดม โปร่งฟ้า กล่าวว่า โครงการวิจัย เรื่องการบริหารจัดการปลูกไม้มีค่าริมน้ำเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศ และเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนเชิงบูรณาการ จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดขึ้นจากความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างองค์ความรู้ และการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าริมน้ำของจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าในพื้นที่ชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง และมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชุมชน ทั้งในด้านการป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน การฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ ด้วยการใช้แนวคิดการเพิ่มพื้นที่ป่าจากการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่า และไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้กับพื้นที่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมในการบริหารจัดการการปลูกไม้มีค่าริมน้ำ ส่งผลให้เกิดความร่วมมือ สำนึกรักษ์ และหวงแหนต้นไม้จากคนในชุมชน ด้วยการสร้าง การมีส่วนร่วม การทำความเข้าใจ และการยอมรับ ตลอดจนเป็นฐานทรัพยากรที่สามารถต่อยอด สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ด้านนางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการการกองส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัย และนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กล่าวว่า พื้นที่ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ดำเนินงานแบบบูรณาการ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของงานวิจัย มิติการให้บริการทางวิชาการ และมิติของการพัฒนาชุมชน ด้วยความเข้มแข็งของผู้นำ ความร่วมมือของชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ ทำให้การเพิ่มพื้นที่ป่าของชุมชนสำเร็จลุล่วงได้ ด้วยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหลายภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มีพันธกิจสำคัญในการผลิตบัณฑิต พัฒนางานวิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่

การดำเนินโครงการวิจัยในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการศึกษาทางวิชาการเท่านั้น แต่เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน ในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้าง”แนวป่ากันชนริมน้ำ” ด้วยไม้มีค่า อย่างมีระบบ มีทิศทาง ซึ่งไม่เพียงแต่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพิ่มพื้นที่ป่า แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพ และให้ความมั่นคงทางการเงินแก่ประชาชน สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ในระยะยาวอย่างแท้จริง ตลอดจนนำไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ของการสร้างต้นแบบการปลูกไม้มีค่าริมน้ำในอนาคต อันเป็นส่วนสำคัญของแนวทางการบริหารจัดการ การปลูกไม้มีค่าริมน้ำที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นฐานสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ขณะนายภูวนารถ จารุภูมิก นายก อบต.ต้นตาล กล่าวว่า พื้นที่ตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ที่มีความผูกพันกับสายน้ำ และวิถีชีวิตของประชาชนมาอย่างยาวนาน แม่น้ำลำคลอง และพื้นที่ริมน้ำ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานทรัพยากรสำคัญ ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การกัดเซาะตลิ่ง การลดลงของพื้นที่สีเขียว และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ ล้วนเป็นความท้าทาย ที่ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง และยั่งยืน โดยที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ความสำคัญ พร้อมผลักดัน และพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มพื้นสีเขียวของจังหวัดสุพรรณบุรี มาอย่างต่อเนื่อง

โดยโครงการวิจัยนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี ของการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้”ไม้มีค่าริมน้ำ” เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดการกัดเซาะหน้าดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และรายได้ให้แก่ชุมชนในอนาคต สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการปลูกต้นไม้ คือ การปลูกความร่วมมือ ปลูกความรับผิดชอบร่วมกัน และปลูกจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ให้คงอยู่กับลูกหลานของเราต่อไป แนวป่า กันชนริมน้ำที่เริ่มต้นปลูกในวันนี้จะเติบโตเป็นทั้งกำแพงธรรมชาติ ในการปกป้องระบบนิเวศ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และเป็นมรดกทางทรัพยากรธรรมชาติ ที่ส่งต่อคุณค่าไปสู่คนรุ่นหลังต่อไป ตลอดจนเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน