ความเคลื่อนไหวทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดเตรียมเข้าร่วมศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69 69 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยในส่วนของสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมทั้ง 4 ประเภท คือ ว่ายน้ำ, โปโลน้ำ, กระโดดน้ำ และว่ายน้ำลีลา (ระบำใต้น้ำ)
สำหรับ ระบำใต้น้ำ นั้น สมาคมกีฬาทางน้ำฯ ได้ส่งนักกีฬาชุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ประกอบด้วย นักกีฬา 13 คน และผู้ฝึกสอน 4 คน ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่อิตาลี 1 เดือน และได้ตระเวนแข่งขันรายการต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะ เทคนิค และความแข็งแกร่งของร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ รวมถึงการปรับปรุงรูปแบบการแสดงให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งทีมไทยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถคว้าแชมป์ใน 3 ประเทศ ได้แก่ แชมป์ที่เมืองเบรสเซีย ประเทศอิตาลี, แชมป์ศึกชิงแชมป์แห่งชาติของฮังการี และแชมป์ระดับเยาวชนของสวิตเซอร์แลนด์

“โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำฯ เปิดเผยว่า การที่สมาคมฯ ส่งนักกีฬาระบำใต้น้ำชุดนี้ไปแข่งที่ยุโรป เพื่อหาประสบการณ์ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬาดาวรุ่งสายเลือดใหม่ ที่จะเป็นอนาคตของทีมชาติไทยต่อไป หลังจากนี้จะประเมินผลงานอีกครั้งจากการแข่งขันกีฬาทางน้ำเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย (เอเชียนเอจ กรุ๊ป แชมเปี้ยนชิพ 2026) ระหว่างวันที่ 17-25 ก.ค.69 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ส่วนในเอเชียนเกมส์ 2026 แม้ว่าจะลุ้นเหรียญยาก แต่ สมาคมฯ ตั้งเป้าหมายว่าผลงานจะต้องดีกว่าครั้งที่แล้ว
ขณะที่ “โค้ชลูกหว้า” ญาณินี จาตุรงคกุล ผู้ฝึกสอนทีมระบำใต้น้ำ เปิดเผยว่า หลังจบซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อปีที่แล้ว นักกีฬาทีมชาติไทยชุดใหญ่ เลิกเล่นทีมชาติทุกคน ทำให้ต้องขยับรุ่นเยาวชนระดับอายุ 13-15 ปี ที่เคยได้แชมป์ซีเอจ ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่และได้ฝึกซ้อมเตรียมทีมมาตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ที่สระว่ายน้ำ การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ต่อเนื่อง เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเอจ กรุ๊ป ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อที่จะได้เห็นการเล่นของทีมระดับเอเชีย เพราะการแข่งขันระบำใต้น้ำ จะต้องอาศัยประสบการณ์ความนิ่งและสมาธิ

“สำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ยังไม่สามารถการันตีได้ว่าผลงานจะเป็นอย่างไร เพราะนักกีฬายังขาดประสบการณ์และต้องเรียนรู้จากเกมระดับนานาชาติอีกมาก จึงเป็นเรื่องยากที่จะได้เหรียญรางวัล เพราะมีทั้ง จีน, ญี่ปุ่น, คาซัคสถาน และอีกหลายชาติที่เหนือกว่าไทย แต่โดยรวมแล้วผลงานจะต้องดีกว่าเดิม” “โค้ชลูกหว้า” กล่าว



