เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 69 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธาน กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย กมธ. ร่วมประชุมกับ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายษฐา ขาวขำ ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางเตรียมความพร้อมรองรับ กรณีองค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม หากได้รับการประกาศขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจะเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแห่งแรกของภาคใต้
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการสร้างความรัก ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน จังหวัด และประเทศเพิ่มขึ้น
โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน อาทิ การจัดระบบทางเข้า-ออกของนักท่องเที่ยว การจัดระเบียบร้านค้า ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และศูนย์ประชาสัมพันธ์ การจัดการด้านมัคคุเทศก์ การจัดการจราจรและพื้นที่จอดรถ การติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ การจัดการขยะและห้องน้ำ ตลอดจนการบริหารจัดการรายได้และค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอนาคต
“ขอแสดงความยินดีกับชาวนครศรีธรรมราชและทุกหน่วยงานที่ร่วมกันผลักดันภารกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้ พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จดังกล่าวไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจของคนเมืองนครเท่านั้น แต่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งการได้รับการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับสถานะของโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ สถาปัตยกรรม และรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ชาวนครศรีธรรมราชร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดมาอย่างยาวนาน” นางธิวัลรัตน์ กล่าว
ประธาน กมธ.การศาสนาฯ ยังได้เสนอแนวทางให้มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลรักษาโบราณวัตถุอย่างเป็นระบบ พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารไม่เพียงเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่า แต่ยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาและจิตวิญญาณของชาวนครศรีธรรมราชและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ



