เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงผลงานสภาผู้แทนราษฎรในรอบ 1 สมัยประชุม ภายใต้หัวข้อ “122 วัน พลิกโฉมของสภาฯ แก้ปัญหาเพื่อประชาชน”

นายโสภณ เปิดเผยว่า การทำงานฝ่ายนิติบัญญัติในสมัยประชุมที่ผ่านมา (14 มี.ค. – 11 ก.ค. 2569) ภายใต้การกำกับดูแลของตนและรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน สามารถผลักดันร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบได้ถึง 14 ฉบับ ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 10 ปี สะท้อนถึงความร่วมมือของสมาชิกทุกฝ่าย ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าสภาชุดนี้ไม่มีผลงานนั้น ถือเป็นการวิจารณ์ด้วยความอคติ นอกจากนี้ ในส่วนของงานควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน พบว่ารัฐมนตรีเดินทางมาตอบกระทู้ถามมากที่สุด โดยเฉพาะกระทู้สดด้วยวาจา 36 กระทู้ มีการมาตอบถึง 33 กระทู้

ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า ไฮไลต์สำคัญของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ในยุคของตนคือ “สภาไม่ล่ม” ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับการพัฒนาการของ สส. และการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุมที่ช่วยกันรักษาบรรยากาศ ไม่ให้เกิดภาพการเดินประท้วงนับองค์ประชุมหรือวอล์กเอาต์เหมือนในอดีต ส่วนประเด็นดราม่าเรื่องการไม่อนุญาตให้ฉายวิดีโอหรือภาพประกอบการอภิปราย ยืนยันว่าระเบียบนี้มีมาทุกยุคและมีคณะกรรมการกลั่นกรองอย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้ไปละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก

นอกจากนี้ นายโสภณ ยังได้ชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์กรณีการจัดกิจกรรมภายในรัฐสภา เช่น การยืนเคารพธงชาติ การเต้นแอโรบิก และการสวดมนต์ปฏิบัติธรรม ว่าเป็นแนวทางพัฒนาบุคลากรให้ “ตรงปก” เพราะหากแค่ยืนเคารพธงชาติ 1 นาทียังทำไม่ได้ ก็คงไม่เชื่อว่าจะรักชาติจริง ส่วนโครงการแก้ยาเสพติดตนก็ใช้เวลานอกสภาลงพื้นที่ และเตรียมจัดเวิร์กชอปด้านการศึกษาในวันที่ 3 ส.ค. นี้ เพื่อหาทางแก้วิกฤติประเทศ

“ทุกการตัดสินใจของ สส. ในห้องประชุมสภามีผลกระทบต่อประชาชน จึงอยากให้สมาชิกทุกคนพึงสังวรและใช้เวลาของสภาให้คุ้มค่าที่สุด โดยอนาคตผมอยากเห็นฝ่ายนิติบัญญัติเร่งปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประเทศและส่งเสริมการลงทุน ส่วนฝ่ายบริหารก็ต้องเร่งลงทุนแก้กฎหมายเดินหน้าประเทศ” นายโสภณ กล่าว

ในมิติด้านการบริหารจัดการพื้นที่ นายโสภณ ระบุว่า มีแนวคิดเปิดพื้นที่รัฐสภาให้ผู้ประกอบการชุมชนเข้ามาขายสินค้า และนำงบประมาณส่วนตัวมาปลูกฝังประชาธิปไตยให้เยาวชนผ่านการประกวดคลิป “สภาในดวงใจของฉัน” พร้อมโชว์ผลงานมาตรการประหยัดพลังงานภายในอาคารรัฐสภาช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ที่สามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้สูงถึง 4 ล้านบาท โดยตั้งเป้าผลักดันให้ “สัปปายะสภาสถาน” กลายเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยว บ่มเพาะประชาธิปไตย และเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ

สำหรับความคืบหน้ากรณีสัญญาประกันภัยอาคารรัฐสภาที่หมดอายุลงเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ยังพบจุดชำรุดเสียหาย นายโสภณ ยืนยันว่า ตนได้มีนโยบายสั่งการให้เร่งรัดแจ้งผู้รับจ้างเข้าดำเนินการแก้ไขตั้งแต่ 2 เดือนก่อนแล้ว ส่วนรายละเอียดเชิงลึกตนไม่สามารถลงไปแทรกแซงได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย