น.ส.ธนวรรณ เจียระนันท์ Head, Consumer Lending ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 69 ยังอยู่ในภาวะทรงตัว ทั้งตลาดบ้านใหม่และบ้านมือสอง แม้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐจะเริ่มส่งผลเชิงบวกต่อบรรยากาศการซื้อขาย แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวมากขึ้น

“ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังชะลอตัว ธนาคารต่างๆ เริ่มปรับจุดเน้นจากการแข่งขันด้านการปล่อยสินเชื่อใหม่ มาสู่การดูแลลูกค้าปัจจุบันและการขยายตลาดรีไฟแนนซ์มากขึ้น เพราะเป็นโอกาสที่ช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธนาคารยังสามารถเติบโตบนฐานลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี”

ทั้งนี้ จากข้อมูลของธนาคารพบว่า ลูกค้าสินเชื่อบ้านจำนวนมากที่ผ่อนชำระมาแล้วมากกว่า 3 ปี ยังไม่เคยรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านเลย ทั้งที่สามารถลดภาระดอกเบี้ยและลดค่างวดรายเดือนได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การลดต้นทุนทางการเงินถือเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดตัวโปรแกรม สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 1.44% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเท่าที่ธนาคารเคยนำเสนอ โดยธนาคารสามารถนำเสนออัตราดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวได้ เพราะธนาคารมองว่าลูกค้ากลุ่มรีไฟแนนซ์เป็นกลุ่มที่มีคุณภาพ เนื่องจากมีประวัติการผ่อนชำระอย่างสม่ำเสมอและมีข้อมูลด้านเครดิตที่สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้ชัดเจน ทำให้ธนาคารสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งต่อประโยชน์กลับไปสู่ลูกค้าในรูปแบบของอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ธนาคารยังมี สินเชื่อรีไฟแนนซ์พร้อมกู้เพิ่ม ที่เปิดโอกาสให้นำมูลค่าหลักประกันที่เพิ่มขึ้นมาใช้เป็นวงเงินเพิ่มเติม เพื่อนำไปใช้จ่ายตามความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมที่อยู่อาศัย การศึกษาบุตร หรือรวมหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยสูงกว่า

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังมีผลิตภัณฑ์ รีไฟแนนซ์บ้านแลกเงิน ที่ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเสริมสภาพคล่อง โดยมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องรอครบ 3 ปีตามเงื่อนไขของสินเชื่อเดิมก่อนจึงจะสามารถพิจารณาทางเลือกในการรีไฟแนนซ์ได้ ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารภาระทางการเงินได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

“นอกจากการรุกตลาดรีไฟแนนซ์แล้ว ในปี 69 ธนาคารยังปรับกลยุทธ์สินเชื่อบ้านใหม่และบ้านมือสองให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นตลาดบ้านระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป และกลุ่มลูกค้าเวลธ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตและมีความต้องการด้านบริการทางการเงินที่หลากหลาย”