สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า มาตรการชุดใหม่นี้มุ่งเป้าไปที่ภาคธนาคารของประเทศ เพื่อบีบระบบการเงินของรัสเซียในช่วงเวลาที่เปราะบาง แต่ในทางกลับกัน กรีซต้องการให้อียูผ่อนปรนข้อจำกัด เกี่ยวกับการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซีย โดยโต้แย้งว่า การห้ามนี้จะเป็นเพียงการย้ายส่วนแบ่งการตลาดออกนอกยุโรป และจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัสเซีย
อนึ่ง กรีซครองตลาดเรือขนส่งแอลเอ็นจีในยุโรปและเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของโลก แข่งขันกับญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา
EU ambassadors will meet on July 22 in the hopes of reaching a compromise with Greece and passing a 21st package of sanctions against Russia over its invasion of Ukraine, EU diplomats said https://t.co/R47cNRs95q
— Reuters (@Reuters) July 22, 2026
ขณะเดียวกัน นักการทูตสหภาพยุโรปหวังว่า การจากไปของนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการี ซึ่งเป็นผู้ที่ชะลอความช่วยเหลือยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียมาโดยตลอด จะส่งผลให้การผ่านร่างมาตรการในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม รอยร้าวใหม่ในความเป็นเอกภาพของกลุ่มได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) พยายามปิดช่องโหว่ที่เหลืออยู่สำหรับธุรกิจของรัสเซีย และกดดันรายได้จากพลังงานที่สำคัญของรัสเซียมากขึ้น รวมถึงการขึ้นบัญชีดำ เพื่อยับยั้งประเทศที่ 3 ไม่ให้ทำธุรกรรมกับผู้ให้กู้ชาวรัสเซีย
นอกเหนือจากการขึ้นบัญชีดำแล้ว คณะกรรมาธิการยุโรปยังเสนอให้ตรึงราคาน้ำมันไว้ที่ระดับปัจจุบันที่ 44.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 1,488 บาท) เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน และลดลงจาก 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,025 บาท).
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



