สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า นายหวัง ฮู่หนิง ประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน และสมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เดินทางเยือนเขตปกครองตนเองทิเบต เป็นเวลา 4 วัน จนถึงวันพุธที่ผ่านมา


ภารกิจดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจีนเริ่มบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความเป็นเอกภาพทางชาติพันธุ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) วิพากษ์วิจารณ์ว่า กฎหมายนี้เปิดทางให้รัฐบาลปักกิ่งดำเนินการกับบุคคลที่อยู่นอกประเทศ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้บ่อนทำลาย “ความเป็นเอกภาพและความก้าวหน้าทางชาติพันธุ์” หรือยุยงให้เกิดการแบ่งแยกดินแดน


ในช่วงเวลาเดียวกัน มีการยืนยันว่า ชายชาวทิเบตรายหนึ่งเสียชีวิต หลังจุดไฟเผาตัวเองใกล้สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนครนิวยอร์ก เมื่อไม่นานมานี้ โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการเรียกร้องเอกราชให้แก่ทิเบต


ทั้งนี้ หวังซึ่งมีสถานะเป็นผู้นำหมายเลข 4 ของจีน เรียกร้องให้เขตปกครองตนเองทิเบตดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพทางสังคม บังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความเป็นเอกภาพทางชาติพันธุ์ฉบับใหม่อย่างเต็มรูปแบบ และผลักดันให้พุทธศาสนาแบบทิเบตสอดคล้องกับแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมากยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ หวังยังกล่าวว่า จีนต้องเดินหน้าชี้นำให้พุทธศาสนาแบบทิเบต “ปรับตัวให้สอดคล้องกับสังคมนิยม” และผลักดันการ “ทำให้ศาสนาเป็นแบบจีน” อย่างเป็นระบบ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้การปฏิบัติศาสนกิจสอดคล้องกับวัฒนธรรมจีนและอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์


หวังกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลต้องเดินหน้ารณรงค์และให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ความเป็นชาติร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ และเกิดผลอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องดำเนินยุทธศาสตร์การบริหารทิเบตในยุคใหม่ให้บรรลุผลอย่างเต็มที่.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : XINHUA