เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง จ.กระบี่ ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมต้องสงสัย 2 แห่ง ในพื้นที่อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการ จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการปกครองและกำลัง อส. ร่วมปฏิบัติการ

นายพลพีร์ เปิดเผยว่า โรงแรมแห่งแรกเป็นพูลวิลล่าที่เปิดให้จองผ่านระบบออนไลน์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อสงสัยว่าอาจไม่มีเอกสารสิทธิที่ถูกต้องตั้งแต่แรก และมีการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนโรงแรมแห่งที่สอง เดิมได้รับอนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารพักอาศัย แต่ภายหลังมีการดัดแปลงเป็นโรงแรมและเปิดขายห้องพักผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเข้าข่ายการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพราะสถานประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น ระบบป้องกันอัคคีภัย บันไดหนีไฟ และอุปกรณ์ฉุกเฉิน หากเกิดเหตุขึ้นอาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้เข้าพักได้

“เราไม่ได้มีเจตนารังแกผู้ประกอบการ แต่ต้องการให้ทุกธุรกิจแข่งขันกันบนกติกาเดียวกัน ผู้ที่ทำถูกกฎหมายไม่ควรถูกเอาเปรียบจากผู้ที่ลักลอบเปิดกิจการโดยไม่ขออนุญาต ไม่ต้องลงทุนด้านความปลอดภัย และไม่เสียภาษี จนสามารถตั้งราคาถูกกว่าผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ ยังกล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นผลจากข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายนอมินี และในวันรุ่งขึ้นจะประชุมร่วมกับจังหวัดเพื่อกำหนดมาตรการดำเนินการในระยะต่อไป ขอย้ำว่า ปฏิบัติการลักษณะนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ จ.กระบี่ หรือภาคใต้ แต่จะขยายผลตรวจสอบไปทั่วประเทศ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการแจ้งกำหนดการแบบเร่งด่วน ไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เห็นข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างแท้จริง

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า สำหรับประเด็นสัญชาติของผู้ถือครองกิจการ แม้ผู้ดูแลจะระบุว่าเป็นคนไทย แต่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลการถือครอง การจดทะเบียน และโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด หากพบการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทยที่ใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการสุจริต และสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับนักท่องเที่ยว