จากกรณีเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิงที่สร้างความโศกเศร้าและสะเทือนใจคนไทยทั่วประเทศ ล่าสุดสองนักร้องชื่อดัง “ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ” และ “ลูกหว้า-พิจิกา จิตตะปุตตะ” ได้ออกมาเปิดใจในฐานะศิลปินที่ต้องทำงานในสถานบันเทิงเป็นประจำ โดยทั้งคู่ได้ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมสะท้อนมุมมองต่อมาตรการความปลอดภัยในสถานบันเทิงไทย

โดย “ตู่ ภพธร” ระบุว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก และตระหนักว่าเรื่องนี้แก้ที่ปลายเหตุไม่ได้ โดยมองว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่ระบบการตรวจเช็ก “ผมไปเล่นหลายร้านมากๆ ที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเลย รวมถึงคนดู ถ้าเกิดเหตุจริงๆ เราออกไม่ทันแน่นอน เรื่องนี้สิ่งที่ควรแก้น่าจะเป็นเรื่องความเข้มงวดในการตรวจสอบทุกร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม หรือผับ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว ถามว่าร้านผิดไหม ก็ผิด แต่ภาครัฐก็ต้องมีส่วนมาคอยตรวจเช็กว่าเขาทำตามไหม อยากให้เริ่มจากการให้ความรู้ผู้ประกอบการก่อนเปิดกิจการ ไม่ใช่ทำเสร็จแล้วค่อยไปสั่งปิด จะได้มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน”
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงประเด็นที่ผู้ประกอบการกังวลว่าศิลปินจะไม่กล้ารับงาน ตู่ได้ย้ำชัดเจนว่า “เรื่องศิลปินไม่รับงานควรเป็นเรื่องสุดท้ายที่กลัว สิ่งที่ควรกลัวที่สุดคือทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำอีก” พร้อมเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการสุ่มตรวจสถานประกอบการอย่างสม่ำเสมอเหมือนในต่างประเทศ
ด้าน “ลูกหว้า พิจิกา” เสริมว่า เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการทุกแห่งต้องหันมาตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมืออยู่เสมอ “ทุกร้านต้องตระหนักว่าเหตุการณ์ฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ต้องตรวจเช็กระบบรักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน และควรจะมีการซ้อมหนีไฟด้วย การที่ร้านเริ่มแจ้งศิลปินเรื่องทางหนีไฟก่อนจ้างงาน ถือเป็นการกระตุ้นเตือนที่ดี แต่สำคัญที่สุดคือทางร้านต้องไปปรับปรุงและตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนดจริงๆ”

แม้ทั้งสองคนจะยังไม่เคยประสบเหตุไฟไหม้ในร้านโดยตรง แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ทุกครั้งที่เข้าทำงานจะมองหาทางหนีทีไล่ จุดเซฟตี้ และประเมินความแออัดของพื้นที่ทันที อย่างไรก็ตาม ตู่ ภพธร ทิ้งท้ายว่า แม้ศิลปินจะช่วยสังเกตได้ แต่การตรวจสอบประตูหนีไฟทุกจุดก็เกินขีดความสามารถของศิลปิน จึงอยากให้มีมาตรการหลักที่เข้มงวดและพึ่งพาได้จริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



