เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่รัฐสภา ภายในงานเสวนา “เปิดหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 2” นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวบนเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.–เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุว่าจะดำเนินคดีกับตนว่า ถือเป็นเกียรติที่นายกฯ กล่าวถึง แต่สิ่งที่สังคมต้องการมากกว่าการฟ้องร้อง คือ การออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ ซึ่งนายกฯ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีและไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ยังไม่ได้ตอบคำถามสำคัญว่า เคยพบหรือพูดคุยกับ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง ตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ รวมถึงเคยเดินทางไปยังโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เพื่อร่วมประชุมกับกลุ่ม สว. ที่ได้รับเลือก ตามคำให้การของพยานหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่ได้เกี่ยวข้องก็ควรออกมาปฏิเสธและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน มากกว่าจะมุ่งดำเนินคดีกับผู้ตั้งคำถาม ทั้งนี้ พยานยังยืนยันว่า ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมคือ บุตรสาวของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จึงขอให้นายพิพัฒน์ออกมาชี้แจงว่า บุตรสาวได้เข้าร่วมประชุมจัดทำโพยตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ รวมถึงบุคคลที่ทำหน้าที่ประสานงานการประชุมและแจกเสื้อสีเหลือง ขอให้นายพิพัฒน์ชี้แจงด้วยว่า รู้จักบุคคลดังกล่าวหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

นายยิ่งชีพ ยังกล่าวถึงกรณีของ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนนั้น แม้จะมีการแจ้งความ แต่ยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ พร้อมยอมรับว่าข้อมูลบางส่วนที่เคยนำเสนอมีความคลาดเคลื่อน โดยก่อนหน้านี้ระบุว่า เป็นสามีของนางสุขสมรวย แต่ภายหลังได้รับข้อมูลว่า สามีที่ถูกต้องคืออีกบุคคลหนึ่ง จึงเห็นว่า นางสุขสมรวย ควรออกมาชี้แจงความสัมพันธ์และข้อเท็จจริงด้วยตนเอง

รวมถึงอดีตนายกองค์การบริหารส่วนแห่งหนึ่ง ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้จัดหาผู้สมัคร สว. และมีความเชื่อมโยงกับ นางสุขสมรวย ตลอดจนความสัมพันธ์กับผู้สมัคร สว. กลุ่ม 14 จังหวัดสงขลา นางสุขสมรวย ควรออกมาชี้แจงด้วย ขณะเดียวกัน สส.ภาคใต้ พรรคหนึ่ง  ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งที่มีข้อมูลเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินและอั้งยี่ ซึ่งมีประวัติรับโอนเงินจากเสมียนประจำการเมือง ในจังหวัดทางภาคใต้ ก่อนที่จะมีการโอนเงินต่อไปยังผู้สมัคร สว. ในจังหวัดภาคใต้ จำนวน 10 คน ในอำเภอเดียวกัน ระหว่างวันที่ 15–16 มิ.ย. 2567 รวมเป็นเงินประมาณ 38,000 บาท โดยผู้รับโอนส่วนใหญ่ได้รับเงินคนละประมาณ 2,000 บาท และมี 1 รายได้รับ 8,000 บาท ขณะที่ข้อความกำกับการโอนมีหลายลักษณะ เช่น ชำระหนี้ ค่าซ่อมรถ ค่าปุ๋ยทุเรียน ค่าเช่ารถตู้ ค่าเช่าพระ และค่าบริการนวด พร้อมย้ำว่า หากผู้ที่ถูกพาดพิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง การชี้แจงข้อเท็จจริงย่อมมีความสำคัญกว่าการเลือกใช้การฟ้องร้องเป็นคำตอบ.