สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค. ที่ผ่านมา มีมติขึ้นทะเบียนแหล่งอุตสาหกรรมหัตถกรรมเครื่องเคลือบจิ่งเต๋อเจิ้น ของจีน ให้เป็นมรดกโลก


เมืองจิ่งเต๋อเจิ้นมีประวัติศาสตร์การผลิตเครื่องเคลือบที่ต่อเนื่องยาวนานนับพันปี เนื่องจากมีการค้นพบเตาเผาโบราณหลากรูปแบบหลายสิบแห่ง รวมถึงเครื่องเคลือบเก่าแก่จากยุคราชวงศ์ซ่ง (ปี 960-1279) จนถึงยุคราชวงศ์ชิง (ปี 1644-1911)


เมืองจิ่งเต๋อเจิ้นอุดมด้วยทรัพยากรดินเหนียวจีน หรือดินเกาหลิ่ง รวมถึงวัตถุดิบอื่น ๆ อันจำเป็นต่อการผลิตเครื่องเคลือบ พร้อมกับมีแม่น้ำฉางเจียงไหลผ่านและเชื่อมโยงเมืองแห่งนี้ เข้ากับทะเลสาบโผหยางและแม่น้ำแยงซี


เหล่าช่างฝีมือในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ได้คิดค้นสูตรผสมดินเกาหลิ่งเข้ากับวัตถุดิบอื่น ๆ ในสัดส่วนพิเศษตั้งแต่กว่า 700 ปีก่อน ซึ่งช่วยให้ดินเหนียวที่ใช้ผลิตเครื่องเคลือบสามารถทนทานอุณหภูมิสูงเกิน 1,300 องศาเซลเซียส โดยไม่เสียรูปทรง


สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ ระบุว่า ประวัติศาสตร์การผลิตเครื่องเคลือบของเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโลกาภิวัตน์ของการค้าเครื่องเคลือบในยุคก่อนอุตสาหกรรม


ทุกวันนี้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมเครื่องเคลือบของเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มีการจ้างงานประชาชนมากกว่า 100,000 คน และระบบแบ่งงานกันทำอย่างครอบคลุมรอบด้านของอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยค้ำจุนความสำเร็จในประวัติศาสตร์ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน


เมืองจิ่งเต๋อเจิ้นในวันนี้ยังคงเติบโตในฐานะ “เมืองหลวงเครื่องเคลือบ” และมีผู้สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของการผลิตเครื่องเคลือบอยู่มากกว่า 3,200 คน รวมถึงได้รับยกย่องเป็นเมืองแห่งงานฝีมือและศิลปะพื้นบ้าน ในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA