สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงซานา ประเทศเยเมน เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า ชารากล่าวว่า ข้อตกลงฉบับนี้อาจปูทางไปสู่สันติภาพที่ครอบคลุมระหว่างซีเรียกับอิสราเอล โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของซีเรียในที่ราบสูงโกลัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครอง หลังเป็นฝ่ายชนะสงครามหกวัน เมื่อปี 2510 และผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในปี 2524
“ซีเรียพยายามรวมกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ เพื่อกดดันอิสราเอลให้ดำเนินนโยบายที่สมดุลมากขึ้นต่อซีเรีย และเรากำลังหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า” ชารา กล่าวเพิ่มเติม
อนึ่ง หลังจากอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย ถูกโค่นล้มโดยกองกำลังกบฏภายใต้การนำของชารา เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ได้ไม่นาน กองกำลังอิสราเอลก็รุกคืบเข้าสู่ซีเรีย และยึดครองดินแดนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กองทัพอิสราเอลก็โจมตีซีเรียหลายครั้ง และจับกุมบุคคลหลายคนภายในประเทศ รวมถึงเข้าแทรกแซงในสิ่งที่อิสราเอลเรียกว่า “ภารกิจปกป้องชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ชาวดรูซ” ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซีเรีย
ทั้งนี้ ความคิดเห็นของชารามีขึ้นในขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เดินทางเยือนซีเรียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการเยือนซีเรียครั้งแรกของเลขาธิการยูเอ็นที่ยังดำรงตำแหน่ง นับตั้งแต่ปี 2552 โดยกูเตร์เรสระบุในแถลงการณ์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ เรียกร้องให้เคารพอธิปไตย เอกราช เอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของซีเรีย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



