สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า อักซิออส ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อออนไลน์สำนักใหญ่ของสหรัฐ รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่า พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐ (เซนต์คอม) เป็นผู้เสนอให้ระงับปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีพื้นที่รอบช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากมองว่า ภารกิจดังกล่าวบรรลุขีดจำกัดของประสิทธิผลแล้ว
ทั้งนี้ การให้ความเห็นของ พล.ร.อ.คูเปอร์ รวมถึงคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือนอีกหลายคน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการสั่งระงับการโจมตีอิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อเนื่องมานาน 2 สัปดาห์
แหล่งข่าวระบุว่า ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเห็นพ้องกันว่า ปฏิบัติการทางทหาร โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศ มีข้อจำกัดในการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
Top U.S. military commander in Middle East advised halting Hormuz bombing https://t.co/EpQWXkHJAS
— Axios (@axios) July 26, 2026
พล.ร.อ.คูเปอร์ เสนอรายงานต่อกระทรวงกลาโหม คณะเสนาธิการร่วม และทำเนียบขาว ว่า การโจมตีที่ผ่านมาได้ลดทอนความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือในพื้นที่ดังกล่าวลงอย่างมาก เป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับการโจมตีส่วนใหญ่ถูกทำลายไปแล้ว และการเดินหน้าทิ้งระเบิดต่อไป โดยไม่มีแผนกลับเข้าสู่ปฏิบัติการขนาดใหญ่อาจไม่มีความจำเป็น
พล.ร.อ.คูเปอร์ มองว่า ทางเลือกถัดไปคือการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ เพื่อโจมตีเป้าหมายที่ยังเหลืออีกราว 20% ในอิหร่าน
รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ ว่า พล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐ เตือนทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่า สงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้สหรัฐเผชิญปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นระบบป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการปกป้องกำลังพลและพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



