เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมร่วมกับนางวัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. และคณะ โดยมีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงศ์ศรันย์ อัศวชัยโสภณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ และนายเดวิด มกรพงศ์ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม เพื่อร่วมกันหารือร่วมกับทูตเกษตร ประจำสถานทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทยในจีน และอินโดนีเซีย เร่งเดินหน้าหาแนวทางขยายตลาดต่างประเทศเพื่อให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) หรือ นมวัวแดง สามารถยกระดับศักยภาพองค์กร สู่การแข่งขันในระดับสากล และเร่งระบายนมกล่องให้มากที่สุด

โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรต่างประเทศ ทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างโอกาสและความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรโคนมไทย หลังพบว่า วันนี้ อ.ส.ค.ยังไม่ได้ทำตลาดต่างประเทศ และยังคงพึ่งพาตลาดกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเพียงเมียนมา และ สปป.ลาว เป็นหลัก ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นคิกออฟเพื่อเปิดตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง พร้อมตั้งเป้าผลักดันนมโคสดไทย ขยายฐานสู่ตลาดใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน-เอเชีย เริ่มต้น 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน เพราะเชื่อว่า ผลิตภัณฑ์นมโคสดแท้ 100% ของไทยมีโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศ

นายวัชระพล กล่าวว่า อ.ส.ค. เป็นองค์กรที่ผลิตนมโคคุณภาพดีจากนมแท้ 100% จากเกษตรกรไทย อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการสร้างรายได้ใหม่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่การปรับโครงสร้างราคา การออกสินค้าพรีเมียมที่มีมูลค่าเพิ่มในกลุ่มตลาดที่เจริญเติบโต และเป็นที่ต้องการมากขึ้น ตลอดจนการขยายช่องทางการตลาด และการทำโปรโมชั่นในทุกระดับ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดเสรีได้ ซึ่งตนมองเห็นโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์นมโคไทยไปสร้างรายได้ในตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ นายวัชระพล นัดหารือร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ (ทูตเกษตร) เพื่อหารือ ผลักดันในเกิดการเจรจาเงื่อนไขทางการค้า และเร่งแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านกฎระเบียบระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการเปิดตลาดนมโคสดใน 6 ประเทศเริ่มต้น ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประเทศไทย และได้เปรียบด้านระยะทางและการขนส่ง พร้อมมอบหมายให้ศึกษาและวิเคราะห์ตลาด เพื่อนำมาใช้ประกอบการวางแผนยุทธศาสตร์ ตั้งแต่สภาวะตลาด และราคาในพื้นที่เป้าหมาย ความต้องการของผู้บริโภค และผู้เล่นรายหลักในตลาดนมของแต่ละประเทศ โดยเห็นว่า ควรพิจารณาตลาดจีน พร้อมผลักดันให้เกิดการสร้างแบรนด์ และนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ อ.ส.ค.เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

โดยผลลัพธ์ของการประชุมนี้ ต้องการเห็นอัครราชทูตเกษตรจัดให้มีการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ระหว่าง อ.ส ค.และตัวแทนจำหน่ายที่สนใจในแต่ละประเทศ นอกจากนี้ การเตรียมรุกตลาด ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ยังเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายไปสู่ตลาดฮาลาลอื่นในอนาคตอีกด้วย

“กระทรวงเกษตรฯ คือหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดและเข้าใจเกษตรกรมากที่สุด วันนี้เราต้องเร่งทำงานเชิงรุก หากการจับคู่ทางธุรกิจนี้เกิดขึ้นและปิดการเจรจาได้เร็ว ก็จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรโคนมไทยได้อย่างมั่นคง โดยรัฐบาลพร้อมที่จะเป็นผู้สนับสนุน ผลักดัน และช่วย อ.ส.ค.ก้าวข้ามทุกอุปสรรคเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศให้ได้มากที่สุด ซึ่งผมก็จะได้เดินทางร่วมคณะนายกรัฐมนตรีไปอินโดนีเซียเร็วๆ นี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนนมโคสดที่อินโดนีเซียด้วย” นายวัชระพล กล่าว