เมื่อวันที่ 31 ก.ค. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชนโพสต์เฟซบุ๊ก ว่า จนถึงขณะนี้ เวลาล่วงเลยมากว่า 36 วันแล้ว แต่มหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่น มูลค่าทุจริต 5,000 ล้านบาท ที่ควรจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้จนถึงวันนี้กลับยังไม่มีอะไรมากไปกว่าข่าวการจ่อออกหมายเรียก หรือจ่อออกหมายจับ โดยยังไม่มีท่าทีว่าจะขยายผลไปตรวจเส้นทางการเงินของใครเลยแม้แต่รายเดียว จากการติดตามซักถาม ใน กมธ.ทั้งทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ก็ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าทำถูกต้องทุกขั้นตอน ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ก็ยืนยันว่าดำเนินการตามข้อตกลงและขอบเขตของงาน (TOR) อย่างเคร่งครัด

ข้อสังเกตตั้งแต่แรกว่า เรื่องนี้ไม่มีทางสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานแน่ๆ เพราะมันกระทบกับตัวใหญ่ทั้งนั้น อย่างน้อยในกระบวนการที่จะย้อนให้เห็นต่อไปนี้ จุดเริ่มต้นของการรู้เห็นเป็นใจระหว่าง สถ.และ มศว จนนำไปสู่ความเสียหายมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องของการแอบทุจริตกันกลางทาง แต่มีข้อสังเกตว่า เป็นการจัดวางและวางแผนกันมาตั้งแต่แรก

น.ส.ภคมน ระบุว่า เรื่องระดับนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ แน่นอนว่าผู้ที่ร่วมมือกันไม่ใช่ตัวเล็กๆ แต่เป็นระดับหัวหน้าที่มีอำนาจตัดสินใจ เริ่มตั้งแต่กระบวนการเลือกผู้รับจ้าง ทำไมสุดท้ายจึงกลายเป็น มศว ทั้งที่คิดราคาจ้างแพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นอย่าง มหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) หรือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ความจริงแล้ว งานนี้ ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาตั้งแต่แรก แต่กลับมีการเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างเป็น มศว ในภายหลัง โดยอ้างว่า ม.บูรพา มีประวัติการทุจริต ซึ่งในเวลาต่อมา ม.บูรพา ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และเป็นฝ่ายชนะอุทธรณ์

น.ส.ภคมน ระบุต่อไปว่า ลำดับเหตุการณ์ (Timeline) การจ้างเหมาจัดสอบ ตั้งแต่ ธ.ค. 2566 จนถึง ก.พ. 2568 ที่ทาง สถ. ออกประกาศและหนังสือลงวันที่ 13 ก.พ. 2568 ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา (ยกเลิก ม.บูรพา) พร้อมกันนี้ น.ส.ภคมน ยังระบุว่า ข้อเท็จจริงและข้อสังเกตเรื่อง TOR ในเวลาต่อมา เมื่อมีการสอบถาม สถ. ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าไม่พบข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตของ ม.บูรพา แต่อย่างใด อีกทั้ง สถ. ก็ไม่เคยแจ้งผลการยุติการตรวจสอบข้อร้องเรียนให้ ม.บูรพา ทราบตามที่เคยระบุไว้ นอกจากนี้ หนึ่งในเหตุผลหลักที่ สถ. นำมาอ้างในการยกเลิก ม.บูรพา คือการระบุว่า “ขอบเขตของงาน (TOR) เดิมไม่รัดกุม และเปิดช่องไม่ให้ผู้ว่าจ้างเข้าไปตรวจสังเกตการณ์ได้ทุกขั้นตอน” ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้นและไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะ TOR ดังกล่าวมาจากคณะกรรมการกำหนด TOR ที่แต่งตั้งโดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เอง ซึ่งผู้รับจ้างอย่าง ม.บูรพา ไม่มีสิทธิเข้าไปเขียน หรือกำหนด TOR ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

น.ส.ภคมน ระบุต่อว่า ข้อสงสัยเรื่องการ “ล็อกสเปก” หลังจากยกเลิก ม.บูรพา แล้ว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดหาผู้จัดสอบรายใหม่ จนได้ มศว พร้อมกับมีการปรับแก้ TOR ขึ้นมาใหม่ สิ่งที่น่าสังเกตคือ TOR ฉบับใหม่ แม้จะไม่ได้เขียนชื่อผู้ชนะออกมาตรงๆ แต่เป็นการเปลี่ยนกติกาหลายจุดพร้อมๆ กัน ซึ่งส่งผลให้ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่งได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด การไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ไม่ได้กำลังบอกว่าหาก ม.บูรพา ได้รับจัดสอบแล้วจะไม่เกิดการโกง (อันนี้ก็ไม่มีใครทราบ) แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า กระบวนการเลือกผู้รับจ้างมีความตั้งใจที่จะ “ล็อกเป้า” มาตั้งแต่แรก และมีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือบอกว่า ก่อนที่จะมีการล็อกเป้า เขามีการพูดคุยถึงเงื่อนไขบางอย่างที่จะเกิดขึ้นไว้ก่อนแล้ว ซึ่งตัวแทนของผู้ชนะการประกวดราคาก็ยอมรับเงื่อนไขนั้น สุดท้ายผลประโยชน์จึงลงตัวเพราะ “มีผู้ยื่นเงื่อนไข และมีผู้ตอบสนองเงื่อนไข” นั่นเอง