สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซวตา ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า กระทรวงมหาดไทยสเปนออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้อพยพผิดกฎหมายพยายามหลั่งไหลเข้าประเทศ ที่เมือเซวตา ทางตอนใต้สุดของสเปน ว่าผู้อพยพราว 48,300 คน เดินทางกลับโมร็อกโกโดยสมัครใจแล้ว
Migrants broke through fences and swam into Spain's North African enclave of Ceuta from Morocco, overwhelming the police and prompting Madrid to deploy the military as tens and thousands of migrants were estimated to have crossed illegally https://t.co/bX4Fas0v2i pic.twitter.com/TQVUL8Owh8
— Reuters (@Reuters) July 31, 2026
ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 57 ราย ฝั่งสเปน หลายคนจมน้ำหรือถูกเหยียบจนเสียชีวิตระหว่างพยายามฝ่าแนวกั้นตามชายแดน โดยกองทัพสเปนส่งกำลังทหารและยานเกราะเข้าประจำการตลอดแนวชายแดน ด้านกองกำลังความมั่นคงของโมร็อกโกใช้กระบองและแก๊สน้ำตาสลายฝูงชน เพื่อสกัดผู้พยายามข้ามพรมแดนเพิ่มเติม
Spain said it reversed a huge rush of migrants into the Spanish enclave of Ceuta in North Africa, with most of the more than 50,000 people who had crossed the border by land and sea already heading back voluntarily https://t.co/LJrJGhIozZ pic.twitter.com/DIegyDxVe3
— Reuters (@Reuters) July 31, 2026
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่จับตาและเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักในสหภาพยุโรป (อียู) โดยอิตาลีประกาศระงับการใช้ข้อตกลงเชงเกนกับสเปนเป็นการชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลมาดริดประท้วงว่า ขัดต่อสนธิสัญญาของอียู

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ซึ่งลงพื้นที่เมืองเซวตา กล่าวว่า การหลั่งไหลของผู้อพยพครั้งนี้ เป็นการละเมิดอธิปไตยของสเปน พร้อมยืนยันว่า จะเร่งส่งตัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลโมร็อกโก
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดยเปรียบเทียบเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เหมือนการรุกราน” และกล่าวโทษนโยบายผู้อพยพของรัฐบาลสเปนว่า เป็นต้นเหตุของวิกฤติครั้งนี้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



