สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซวตา ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า กระทรวงมหาดไทยสเปนออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้อพยพผิดกฎหมายพยายามหลั่งไหลเข้าประเทศ ที่เมือเซวตา ทางตอนใต้สุดของสเปน ว่าผู้อพยพราว 48,300 คน เดินทางกลับโมร็อกโกโดยสมัครใจแล้ว


ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 57 ราย ฝั่งสเปน หลายคนจมน้ำหรือถูกเหยียบจนเสียชีวิตระหว่างพยายามฝ่าแนวกั้นตามชายแดน โดยกองทัพสเปนส่งกำลังทหารและยานเกราะเข้าประจำการตลอดแนวชายแดน ด้านกองกำลังความมั่นคงของโมร็อกโกใช้กระบองและแก๊สน้ำตาสลายฝูงชน เพื่อสกัดผู้พยายามข้ามพรมแดนเพิ่มเติม


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่จับตาและเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักในสหภาพยุโรป (อียู) โดยอิตาลีประกาศระงับการใช้ข้อตกลงเชงเกนกับสเปนเป็นการชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลมาดริดประท้วงว่า ขัดต่อสนธิสัญญาของอียู

นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ลงพื้นที่เมืองเซวตา เพื่อสังเกตการณ์การผลักดันผู้อพยพผิดกฎหมายกลับโมร็อกโก


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ซึ่งลงพื้นที่เมืองเซวตา กล่าวว่า การหลั่งไหลของผู้อพยพครั้งนี้ เป็นการละเมิดอธิปไตยของสเปน พร้อมยืนยันว่า จะเร่งส่งตัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลโมร็อกโก


ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดยเปรียบเทียบเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เหมือนการรุกราน” และกล่าวโทษนโยบายผู้อพยพของรัฐบาลสเปนว่า เป็นต้นเหตุของวิกฤติครั้งนี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS