สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า รายงานของสำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรืออีเซฟตี ของออสเตรเลีย ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ระบุว่า วัยรุ่นชาวออสเตรเลียมากกว่า 8 ใน 10 คน ยังคงใช้สื่อสังคมออนไลน์อยู่ ในช่วง 3 เดือนหลังจากที่กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งเน้นย้ำถึงความยากลำบากในการควบคุมโลกดิจิทัลที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน
นายแอนดรูว์ ลีห์ รมช.ผลผลิต การแข่งขัน องค์กรการกุศล และการคลัง กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงการถกเถียงในระดับชาติไปแล้ว และได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในบทสนทนาระหว่างผู้ปกครอง นอกจากนั้น ยังได้ปิดบัญชีไปแล้วหลายล้านบัญชี
#NSTworld Australia's government mounted a defence on Saturday of its world-first ban on social media for children under 16, even as fresh data revealed the scale of the challenge confronting the landmark policy. https://t.co/HYsAJ1r0TQ pic.twitter.com/1Yb2wsHqpO
— New Straits Times (@NST_Online) August 1, 2026
เขากล่าวอีกว่า เราไม่เคยคาดหวังว่าจะมีผู้ปฏิบัติตาม 100% พร้อมยกตัวอย่างกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำในการดื่มแอลกอฮอล์ โดยระบุว่า เราไม่ได้รับการปฏิบัติตาม 100% เช่นกัน แต่การมีอยู่ของกฎหมายก็ยังเหมาะสมอยู่
อนึ่ง ผลการศึกษาของอีเซฟตีพบว่า เด็กอายุ 10-15 ปี ใช้โซเชียลมีเดียบ่อยเท่าเดิมในเดือน มี.ค. เทียบกับก่อนที่การห้ามจะมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ขณะที่ความตระหนักรู้ของผู้ปกครองเกี่ยวกับพฤติกรรมออนไลน์ของลูก ๆ กลับลดลง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



