สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตัน ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐเข้าซื้อเงินเยน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยพยุงค่าเงินญี่ปุ่นที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก
แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานครนิวยอร์ก ขายเงินยูโรแลกเป็นเงินเยนในนามกระทรวงการคลังสหรัฐ ผ่านโกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ แต่ไม่มีการเปิดเผยวงเงินที่ใช้ในการเข้าซื้อเงินเยน
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐแจ้งไปยังธนาคารหลายแห่งว่า อาจเข้าแทรกแซงตลาดเงินเยน และขอให้เตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการในอนาคต
ขณะที่ช่างภาพของสำนักข่าวหลายแห่งสามารถจับภาพไปที่กระดาษโน้ตของนายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่แคมป์ เดวิด ในรัฐแมริแลนด์ ปรากฏข้อความระบุให้ซื้อเงินเยนวงเงิน 5,000-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 167,642.92-335,249.84 ล้านบาท)
US Treasury intervenes to support yen after Japan steps in, FT reports https://t.co/wjZNraaOo6 https://t.co/wjZNraaOo6
— Reuters (@Reuters) August 1, 2026
แม้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมายืนยันหรือปฏิเสธอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวการแทรกแซงดังกล่าวส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้ สหรัฐเคยเข้าช่วยพยุงเงินเยนโดยตรงครั้งล่าสุดเมื่อปี 2554 โดยร่วมมือกับประเทศอื่นในกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำ หรือ จี7 เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดการเงิน หลังเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น
ด้านแหล่งข่าวในธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลญี่ปุ่นใช้เงินสูงถึง 58,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.97 ล้านล้านบาท) เพื่อซื้อเงินเยน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นางซัตสึกิ คาตายามะ รมว.การคลังญี่ปุ่น เคยกล่าวว่า ทางการยังมีเครื่องมือหลากหลาย ในการรับมือกับความต้องการสภาพคล่องในตลาด และพร้อมใช้มาตรการที่มีอยู่ เพื่อรักษาการทำงานของตลาดให้เป็นระเบียบ รวมถึงอาจใช้กลไกกู้ยืมสภาพคล่องดอลลาร์สหรัฐของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้ญี่ปุ่นระดมเงินดอลลาร์สหรัฐได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐออกมาโดยตรง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



