เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี  รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและภารกิจของกระทรวงมหาดไทย พร้อมกำชับข้าราชการทุกระดับให้เร่งทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิของรัฐ พร้อมย้ำว่า “งานของมหาดไทยต้องทำให้สำเร็จ และต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริง”

ในการลงพื้นที่ นายพลพีร์ ได้เน้นย้ำเรื่องการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศเป็น One Stop Service รับเรื่องอุทธรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เชื่อว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ไม่ได้รับสิทธิ ขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีการกำหนดโควตาหรือจำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ หากผ่านหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด ไม่ว่าจะมี 13 ล้านคน หรือ 15 ล้านคน ก็ได้รับสิทธิทุกคน

นายพลพีร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พบประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ ถูกนำชื่อไปแอบอ้างเป็นลูกจ้างบริษัท หุ้นส่วนบริษัท หรือถูกนำข้อมูลไปใช้ในลักษณะอื่นโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เสียสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งสามารถแจ้งเรื่องได้ที่ที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

“ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านทุกหลัง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลและยื่นอุทธรณ์ เพราะหลายคนไม่รู้เลยว่าชื่อของตัวเองถูกนำไปแอบอ้างจนเสียสิทธิ เราต้องช่วยประชาชนทวงสิทธิของตัวเองคืน” รมช.มหาดไทย กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวว่า หากประชาชนถูกนำชื่อไปใช้โดยมิชอบจนเสียสิทธิ รัฐพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่อาจเสียสิทธิจากการถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่รู้ตัว และยืนยันว่าจะเร่งคืนสิทธิให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกคน นอกจากนี้ขอให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และเครือข่ายในพื้นที่ ช่วยกันประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาลให้ประชาชนรับรู้ เพราะแม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือที่ดีเพียงใด หากประชาชนไม่รู้ ก็ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิได้

รมช.มหาดไทย ได้ยกตัวอย่างนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการสำเร็จแล้ว เช่น การลดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเหลือหน่วยละ 3 บาท การยกเลิกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะที่ประชาชนต้องแบกรับมากว่า 30 ปี รวมถึงโครงการกองทุนหมู่บ้านดอกเบี้ยคนละครึ่ง โครงการส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะขยายจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดจากที่ว่าการอำเภอไปยังเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น

“หน้าที่ของคนมหาดไทย ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จ แต่ต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริง ต้องช่วยกันเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล นำสิ่งดี ๆ ไปบอกประชาชนให้เข้าถึงสิทธิและบริการของรัฐ ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นั่นคือความสำเร็จที่คนมหาดไทยทุกคนต้องร่วมกันทำให้เกิดขึ้น” นายพลพีร์ กล่าว

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ช่วงเช้า นายพลพีร์ เดินทางไปยังวิทยาลัยเทคนิคกันทรารมย์ อ.กันทรารมย์ ก่อนช่วงบ่ายลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนภารกิจที่หอประชุมอำเภอราษีไศล จ.ศรีสะเกษ โดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อปพร. และภาคีเครือข่ายในพื้นที่กว่า 3,000 คน เข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างพร้อมเพรียง.