เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจของนายทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ซึ่งแถลงการณ์มีการพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ว่า วันนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ จะแถลงในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่านายทอม แอนดรูว์ แถลงโดยที่ยังไม่ฟังข้อมูลจากฝั่งไทย ซึ่งข้อมูลนี้สําหรับประเทศไทย ยังไม่ยอมรับความเห็นนั้น เดี๋ยวให้รอฟังกระทรวงการต่างประเทศแถลงจะมีความชัดเจนกว่า 

เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชามีท่าทีผลักดัน ให้นําบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการสํารวจและปักปันเขตแดนทางบก ไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2543 (เอ็มโอยู 2543) รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1: 200,000 มาใช้อ้างอิงในการหารือ ประเด็นชายแดนผ่านเวทีองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อนํามาเจรจากับไทย ซึ่งนายกฯ ย้อนถามว่า เจรจาแปลว่าอะไร แล้วเราไม่มีข้อต่อรองเลยหรือ เราก็มีจุดยืนชัดเจนของเรา ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรก่อน ถ้าตราบใดในเรื่องของสนธิสัญญาทางทะเลผ่านกฎเกณฑ์อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ซึ่งเป็นของยูเอ็นเช่นกัน และยังมีคําว่าภาคบังคับ และส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่มีใครมาบังคับประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของเราก็คืออย่าใช้คําว่าบังคับกับเรา 

เมื่อถามย้ำว่า แผนที่เรายังคงเดิมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็มีหลักของเราอยู่แล้ว ก็เจรจากันมาโดยตลอด ซึ่งก็ใช้หลักนั้น การเจรจาทางบก ตามเอ็มโอยู 43 ก็เจรจากันไป แต่พอเราบอกว่าเรายกเลิกเจรจา เอ็มโอยู 44 เขาบอกว่าไม่ได้ ต้องใช้ภาคบังคับเท่านั้น มันก็ทําให้การเจรจาเกิดขึ้นไม่ได้ เป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิจารณาทบทวน ว่าถ้าเขาจะมาเจรจากับประเทศไทย เขาต้องมาในเงื่อนไขอะไร ไม่มีใครมาบังคับได้ จะส่งไปฟ้องใคร ประเทศไทยเรามีความมั่นใจ ไม่ต้องไปอธิบายอะไรให้ใครฟัง.