สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเซาเปาลู ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่า ผู้สนับสนุนพรรคแรงงานบราซิล รวมตัวกันที่ศูนย์การประชุมในเมืองเซาเปาลู พร้อมด้วยธงสีแดงและตะโกนเรียกชื่อ “ลูลา” นักการเมืองชาวบราซิล วัย 80 ปี ที่ประกาศว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 7
ลูลา ซึ่งกลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 2566 หลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสองสมัย ระหว่างปี 2546-2553 กล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า หากเขาชนะการเลือกตั้งในเดือน ต.ค. นี้ มันจะเป็นวาระการดำรงตำแหน่งสมัยสุดท้ายของเขา
Brazilian President Luiz Inacio Lula da Silva has launched his campaign for a fourth term, telling supporters that if he wins October’s election, it will be his last. https://t.co/Pr24gQOWwY
— Al Jazeera English (@AJEnglish) August 3, 2026
สิ่งที่น่าสังเกตในการรณรงค์หาเสียงของลูลา คือ คำปราศรัยของเขาเน้นย้ำถึงบทบาทของบราซิลในโลกที่ไม่มั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะมุ่งเน้นเรื่องผลงานภายในประเทศ โดยเขาเรียกร้องให้เพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องแหล่งสำรองแร่ธาตุหายากและแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ของบราซิล จากการควบคุมของต่างชาติ
นอกจากนี้ ลูลายังกล่าวเตือนว่า จีน สหรัฐ และฝรั่งเศส จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงความมั่งคั่งทางแร่ธาตุของบราซิล หากไม่เคารพอธิปไตยของประเทศ
อนึ่ง ข้อความของลูลาสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ระหว่างรัฐบาลบราซิเลียกับรัฐบาลวอชิงตัน เนื่องจากสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิล 2 รอบ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยอ้างถึงแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม อีกทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับครอบครัวของนายฟลาวิโอ โบลโซนารู วุฒิสมาชิกบราซิล บุตรชายคนโตของอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู และคู่แข่งคนสำคัญของลูลา
แม้ลูลาพยายามใช้ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลโบลโซนารูกับทรัมป์ เป็นเครื่องมือโจมตีในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตลอดจนชี้ให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราการจ้างงานสูง และโครงการทางสังคมที่ปรับปรุงชีวิตของชาวบราซิลให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพที่สูงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณภาครัฐ ยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาลลูลา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



