เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 69 ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก (แม่สอด) อ.แม่สอด จ.ตาก นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์  รมช.มหาดไทย เป็นประธานแถลงผลปฏิบัติการ “ทลายบัตร 10 ปี เถื่อน” ซึ่งเป็นการจับกุม กรณีบุคคลต่างด้าวทุจริต ในการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือบัตรหัว 0 ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ตาก และชุดปฏิบัติการร่วม 3 หน่วยงาน กรมการปกครอง นำโดย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบ.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. และพ.ต.ท.ริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เข้าร่วมแถลงผล

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตระหนักและให้ความสำคัญขั้นสูงสุด ต่อปัญหาภัยคุกคามจากกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อนรุนแรงให้แก่ประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ หรือกลุ่มทุนสีเทาต่างชาติ ตลอดจนปัญหาการทุจริตแอบอ้างขอสัญชาติไทยและการลงรายการบุคคลเท็จในทะเบียนราษฎรทุกประเภท การกระทำผิดดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศชาติ และความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และได้มีการเร่งดำเนินการขุดรากถอนโคนขบวนการทุจริตดังกล่าวอย่างเด็ดขาดต่อเนื่องทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

“จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งได้อาศัยช่องว่างทุจริตจัดทำทะเบียนประวัติเป็น “บุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ” เพื่อสร้างสถานะ “ผู้มี 2 ตัวตน” อันถือเป็นภัยเงียบ ที่แยบยลและอันตรายอย่างยิ่ง กล่าวคือ กลุ่มคนเหล่านี้จะมีทั้งบัตรประจำตัวกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติ (บัตร 10 ปี) สำหรับใช้อยู่อาศัย ประกอบธุรกิจ หรือทำธุรกรรมในประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกในการหลบซ่อนตัวและยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ขณะเดียวกันก็ยังคงถือหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมาเพื่อใช้เดินทางเข้า-ออก หรือหลบหนีกลับไปยังประเทศต้นทาง พฤติการณ์ดังกล่าวจึงมิใช่เพียงแค่การสวมตัวเป็นคนไทยในรูปแบบเดิม หากแต่เป็นการใช้อุบายสวมสิทธิเป็นคนไร้สัญชาติ เพื่อสร้างเกราะบดบังตัวตนที่แท้จริงจากระบบการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด้วย” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า นายกฯ ได้ฝากกำชับให้บังคับใช้กฎหมาย และมาตรการที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด โดยกระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าปิดช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎรอย่างจริงจัง ตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ดำเนินคดีกับผู้สวมสิทธิ นายหน้า ผู้รับรองเท็จ ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมขยายผลไปถึงผู้บงการ เครือข่าย และเส้นทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทย ตกเป็นฐานของอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อปิดช่องโหว่ในระยะยาว และท้ายที่สุด ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่ร่วมมือกันปราบปราม และกำจัดกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างใช้สิทธิของคนไทย เพื่อร่วมกันรักษาความมั่นคง และประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงงาน” เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 69 ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นำไปสู่การสืบสวนเชิงลึก ร่วมกันระหว่างกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (ACSC) โดยใช้ระบบข้อมูลชีวมิติในการตรวจสอบ จนพบขบวนการทุจริตจัดทำทะเบียนประวัติและออกบัตรประจำตัวบุคคล ไม่มีสถานะทางทะเบียน ให้แก่บุคคลต่างด้าวโดยมิชอบ ซึ่งมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละ 40,000–100,000 บาท มีทั้งกรณีกรอกข้อมูลเท็จโดยมีเจ้าบ้านและพยานรับรอง และกรณีชาวเมียนมาที่ถือหนังสือเดินทางต่างประเทศอยู่แล้วแต่กลับได้รับบัตรของไทย นำไปสู่การอนุมัติหมายจับและจับกุมผู้ต้องหารวม 17 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลนครแม่สอด บุคคลผู้สวมสิทธิ รวมถึงเจ้าบ้าน และพยานรับรองเท็จ ซึ่งจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ จะได้ส่งตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งในความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรและประมวลกฎหมายอาญาต่อไป