เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีคำสั่งโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จำนวน 40 ตำแหน่งทั่วประเทศ เมื่อปลายเดือนก.ค. 2569 ซึ่งมีกระแสคัดค้านว่าอาจขาดความโปร่งใส ไม่เป็นธรรม เป็นการโยกย้ายนอกวาระปกติ และถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ว่า ศธ.ไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว และได้เร่งหารือกับผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบทันที ซึ่งเดิมกำหนดจะหารือในวันที่ 7 ส.ค. แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนจึงได้เริ่มพูดคุยกับนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะนัดประชุมผู้บริหารสพฐ.อีกครั้งในที่ 3 ส.ค. ก่อนที่ตนจะเดินทางไปราชการที่ประเทศอินโดนีเซีย และในวันที่ 5 ส.ค. ตนจะมีการหารือร่วมกับผู้บริหารสพฐ.อีกครั้ง เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา
“ยอมรับว่าการโยกย้ายย่อมมีทั้งผู้ที่สมหวังและผู้ที่ผิดหวัง คนที่ได้รับการแต่งตั้งส่วนใหญ่ไม่ได้ออกมาพูด แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือรู้สึกไม่สบายใจก็มีสิทธิสะท้อนความคิดเห็น ซึ่งกระทรวงพร้อมรับฟัง และจะหาแนวทางเยียวยาหรือแก้ไขในส่วนที่สามารถดำเนินการได้” นายประเสริฐ กล่าวและว่า ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจงเหตุผลของการโยกย้ายในแต่ละรายอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจและความโปร่งใสในการดำเนินการ แม้ว่าจะไม่สามารถยกเลิกหรือแก้ไขคำสั่งโยกย้ายทั้งหมดได้ เนื่องจากคำสั่งมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ยังสามารถพิจารณามาตรการหรือแนวทางอื่นในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นใบสั่งจากการเมือง ตนขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการขอย้าย อีกทั้งในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ก็ได้มีการสอบถามถึงเหตุผลการโยกย้ายครั้งนี้ด้วย ซึ่งได้มีข้อเสนอแนะให้ชี้แจงเหตุผลความเหมาะสมในการโยกย้าย โดยประเด็นที่สพฐ.ชี้แจงก็ถือว่ามีเหตุผลประกอบการพิจารณาในการโยกย้ายดังกล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามมีผู้บริหารบางรายให้ข้อมูลว่าการโยกย้ายอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการบริหารงาน รวมถึงบางรายใกล้ครบวาระเกษียณอายุราชการ จึงกังวลว่าจะเสียโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง ศธ.รับทราบข้อกังวลดังกล่าว และจะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป



