เมื่อวันที่ 9 ส.ค.69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์  รมช.มหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบท้องถิ่นจำนวน 5,925 ราย ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่เพียงการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ แต่ต้องทำให้สังคมมั่นใจว่า ระบบการสอบแข่งขันของภาครัฐยังมีความยุติธรรม และคนที่เข้าสอบด้วยความสุจริตจะได้รับการคุ้มครอง

“การดำเนินการกับ 5,925 ราย ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับระบบสอบ และเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า การทุจริตจะไม่สามารถทำลายความเชื่อมั่นของคนที่ตั้งใจสอบอย่างสุจริตได้”รมช.มหาดไทย กล่าว

นายวรศิษฎ์  กล่าวว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องยึดข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายเป็นสำคัญ โดยต้องแยกให้ชัดระหว่าง “คนที่ทุจริต” กับ “คนที่สุจริต” เพราะคนที่ตั้งใจอ่านหนังสือ สอบแข่งขันด้วยความสามารถของตัวเอง ไม่ควรต้องสูญเสียโอกาสเพราะการกระทำของคนบางกลุ่ม  และหากการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอยู่เบื้องหลังการทุจริต หรือมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการละเว้นเพราะเป็นใครหรือมีตำแหน่งใด

“เรื่องนี้ต้องทำให้เห็นว่า ระบบราชการไม่ได้ปกป้องคนโกง แต่ปกป้องคนที่สุจริต เราต้องคืนความเชื่อมั่นให้กับคนที่เข้าสู่ระบบด้วยความสามารถของตัวเอง และทำให้ทุกคนเห็นว่าการโกงไม่ใช่ทางลัดที่จะนำไปสู่ตำแหน่งราชการได้”รมช.มหาดไทย กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นจะต้องไม่มองเพียงตัวเลข 5,925 ราย แต่ต้องมองไปถึงกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทาง กลไกการสอบ การควบคุมข้อสอบ การรักษาความลับ ตลอดจนผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก

“5,925 ราย คือสิ่งที่ต้องจัดการตามกระบวนการ แต่ภารกิจที่ใหญ่กว่านั้น คือทำให้ระบบสอบกลับมาน่าเชื่อถืออีกครั้ง คนสุจริตต้องมีที่ยืน คนโกงต้องไม่มีทางลัด และใครอยู่เบื้องหลัง หากพบหลักฐานก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย“ รมช.มหาดไทย กล่าว

นายวรศิษฎ์  กล่าวย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมเดินหน้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเอาผิดย้อนหลัง แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้การสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคน.