เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการปฏิบัติการปูพรมยกระดับมาตรการสร้างความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ซึ่งฝ่ายปกครองทุกจังหวัดได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ในพื้นที่อย่างจริงจังต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 69 เป็นต้นมา โดยเฉพาะการป้องกันและสกัดกั้นการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ส.ค. 69) นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ภูเก็ต ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รอง ผวจ.ภูเก็ต รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย และนายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดภูเก็ต กำกับและอำนวยการ นำกำลังฝ่ายปกครอง ที่ทำการอำเภอเมืองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดบริเวณพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต พบรถยนต์ยี่ห้อ BMW ต้องสงสัย จึงได้เรียกตรวจและตรวจค้น พบอาวุธปืนยี่ห้อ CZ พร้อมแมกกาซีนบรรจุกระสุน จำนวน 30 นัด ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งคนขับ และพบนายณัฏฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ขับขี่ ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เจ้าหน้าที่จึงจับกุม และแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับการพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย
นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอย้ำเตือนไปยังผู้ที่ทราบว่า ตนเองกำลังทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่นำอาวุธปืนพกพาติดตัวไปในรถ หรือไปในที่สาธารณะ ที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายร้ายแรง ซึ่งไม่สามารถอ้างได้ว่า พกไปเพื่อป้องกันตัว หรือพกไปเพื่อกระทำการใด เนื่องจากนายกฯ ได้มีคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว มีผลใช้บังคับ มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. 69 เป็นต้นมา ซึ่งฝ่ายปกครองทุกจังหวัด ยังคงตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่การสนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัย หากพบอาวุธปืนเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีทะเบียนใด ๆ ก็ต้องได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย จึงขอให้ผู้ที่รู้ตัวว่ากําลังทําผิด นําอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน มาส่งมอบคืนให้กับทางราชการ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง แต่หากเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นแล้วจับได้ ท่านต้องได้รับโทษอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด
“หากประชาชนรู้เบาะแสการกระทำผิดว่าบ้านหลังใดหรือพื้นที่ใดหรือบุคคลใดครอบครองอาวุธปืนเถื่อน หรือมีการพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ในงานสาธารณะต่าง ๆ ขอให้ได้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 เพื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าดำเนินการ ควบคุมจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว



