เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ในแต่ละเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังติดตามอยู่ ส่วนการประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้ ยอมรับว่า จะมีการหารือการขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพ แต่ก็มีประเด็นอื่นด้วย เช่น การควบคุมพื้นที่ชายแดน ส่วนการประสานงานกับประเทศมาเลเซีย มีหลายช่องทาง ซึ่งในวันที่ 17-18 ส.ค. นี้ ตนมีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อขอความร่วมมือในเรื่องเหล่านี้ รวมถึงการติดตามบุคคล
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาเรื่องบุคคลสองสัญชาติ เรื้อรังมายาวนาน และใช้ความพยายามในการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล จัดทำข้อมูลฐานบุคคล การเข้าออกบางครั้งเขาเข้าไปแล้ว มีการเปลี่ยนชื่อ มีเรื่องการตรวจสอบอัตลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือของมาเลเซีย
เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาบุคคลสองสัญชาติในระยะยาว ต้องให้เขาเลือกสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งใช่หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ปกติแล้วตามกฎหมาย ควรถือสัญชาติเดียว ซึ่งก็จะเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น และต้องขอความร่วมมือมาเลเซีย ในการจัดทำฐานข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อที่จะตรวจสอบได้ว่า ใครเป็นใคร การเข้าออกประเทศ รวมถึงการถือสัญชาติ เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น
เมื่อถามว่า บุคคลสองสัญชาติเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ เพราะมีการเปลี่ยนชื่อ และไม่มีข้อมูลอัตลักษณ์ การเข้าออกประเทศตรวจสอบยาก ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล
เมื่อถามว่า เมื่อสามารถพิสูจน์ตัวตนได้แล้ว สามารถถอนสัญชาติได้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า หากเขาเป็นคนสัญชาติไทย เกิดในประเทศไทย ไม่สามารถทำได้ แต่ก็ต้องไปดูข้อกฎหมายอีกครั้ง ยกเว้นมีการแปลงสัญชาติ สามารถดำเนินการได้



