เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการเรื่องอาวุธปืน โดยได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เร่งร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ขึ้นมาใหม่ โดยได้มีข้อสั่งการให้ทางกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในเรื่องของห้ามต่อใบอนุญาตทั้ง 3 ป. ได้แก่ ป.3 ป.4 และ ป.12 ในช่วงนี้ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องแนวปฏิบัติต้องควบคุม และเรื่องบทลงโทษต้องมีความรุนแรงและเด็ดขาดเพิ่มมากขึ้น ได้กำชับไปในทุกพื้นที่ โดยช่วงนี้ทางฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีการตั้งด่านตรวจค้น เน้นไปที่อาวุธปืนและยาเสพติดเป็นหลัก โดยเมื่อคืนได้พบอยู่หลายราย ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถประกันตัวได้ โดยในชั้นสืบสวนสอบสวน ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว ต้องเข้าไปนอนในห้องขัง โดยในช่วงนี้ยังพกพาอาวุธปืนไม่ได้ ขอย้ำอย่าไปเชื่อใคร ให้พกพาอาวุธปืนเอาไว้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่คนที่พกปืนเหล่านี้จะทำร้ายตัวเองทั้งนั้น เพราะว่าเป็นของร้อน ส่วนเครื่องกระสุน ก็ไม่สามารถพกพาได้ เพราะเวลาออกกฎหมายใหม่ จะต้องครอบคลุมทั้งหมด
เมื่อถามต่อว่า สส. และนักการเมืองหลายคน เมื่อเปิดบัญชีทรัพย์สินออกมาแล้ว ก็มีปืนระบุอยู่ในบัญชีทรัพย์สินด้วย นายกฯ กล่าวว่า กรณีที่เป็นปืนที่มีใบอนุญาตจดทะเบียนอยู่แล้ว ต้องเก็บไว้ที่บ้านได้อย่างเดียว แต่พกพาไม่ได้ ส่วนกรณีที่เป็นปืนเถื่อน จะต้องไปศึกษาการออกกฎหมาย ให้นำมาคืนภายในระยะเวลากี่วัน ส่วนปืนที่โอนไม่ได้ เช่น เป็นมรดกตกทอดจากคู่รัก ไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ ก็ให้นำมาคืน และจะมีบทเว้นโทษในระยะเวลาที่กำหนด ไม่รู้จะใช้คำว่านิรโทษกรรมได้หรือไม่ ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นบทยกเว้นว่าเมื่อนำมาคืนในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ก็ถือว่าไม่มีโทษอะไร
เมื่อถามอีกว่า ปืนที่ถูกกฎหมาย จะสามารถห้ามนำออกจากบ้านได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องห้ามได้สิครับ ในเมื่อห้าม ถ้าคนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในขณะปฏิบัติหน้าที่ หากพกปืนไปไม่มีใบพก ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย แค่คิดก็ผิดแล้ว ไม่ใช่ห้าม 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ ตอนนี้ห้ามพกพา 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำก็ผิดกฎหมาย และติดคุก
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้กฎหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า ห้ามพกพาอาวุธปืนออกจากบ้าน ที่พกออกไปถือว่าผิดทั้งนั้น วันหลังจะไปดูคนทำเนียบว่ามีหรือไม่ และเตรียมสั่งการคนใกล้ชิด คนติดตามรัฐมนตรี หากพกพาปืน แล้วไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ตัวใครตัวมัน
เมื่อถามต่อว่า ต่อไปนี้ปืนใช้ป้องกันตัวอยู่ในบ้านเท่านั้น ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ป้องกันตัวในบ้าน จริงๆ ก็ไม่ได้ คุณลองยิงโจรในบ้านสิ คุณก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น ความจริงแล้ว ที่ผ่านมาเป็นยังไงไม่รู้ แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกําลังเหนือคนอื่นเขา ถ้าเกิดมีเหตุที่ต้องกดดัน หรือมีเหตุบันดาลโทสะขึ้นมา ก็จะทําสิ่งที่ไม่คาดคิด และสุดท้ายใครเดือดร้อน ตัวเองก็เดือดร้อนอีก แล้วก็ไปทําให้คนอื่นเขาเดือดร้อนด้วย ตรงนี้ทําให้ถูกใจคนทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคราะห์ร้ายกลายเป็นคนบริสุทธิ์ เป็นคนสุจริต คนทั่วไป แล้วก็เป็นเด็ก แบบนี้เราก็ต้องเลือกเอา ว่าจะยังไง ก็เอาไว้เป็นของโชว์ เอากระสุนทิ้งไป เอาแม็กออกไป แยกห่างออกมา แล้วเอาไปทํากล่องครอบ
เมื่อถามว่า ภรรยานายกฯ มีปืนในครอบครองหรือไม่ เนื่องจากในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ระบุไว้ นายกฯ กล่าวว่า เหรอ คงห้ามออกไปไหนแล้ว เมื่อถามย้ำว่า ภรรยามีปืนเป็นเรื่องน่ากังวลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กังวลตัวเองเนี่ยแหละ แต่ตนไม่เคยเห็น ไม่รู้จริงๆ
เมื่อถามด้วยว่า นายกฯ ต้องระวังตัวมากขึ้นหรือไม่ หากเกิดกรณีที่ภรรยาโมโห นายอนุทิน ส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวว่า เขามีแจ้งด้วยเหรอ ซึ่งต้องให้เขาทิ้งไว้ เพราะตอนนี้ก็ขายไม่ได้
นายกฯ กล่าวยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า ก็ดำเนินคดีไป แต่คนที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้เคราะห์ร้ายไปด้วย ปืนที่ระบุว่าเป็นของปู่ ซึ่งปู่และย่าก็โดนตั้งแต่ที่บ้านเลย และผู้ก่อเหตุก็มาทำร้ายตัวเอง ตอนนี้ก็เน้นไปที่การช่วยเหลือ เมื่อซักครู่ในที่ประชุม ครม. ก็ได้มีการเน้นย้ำกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักนายกฯ ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของเงินเยียวยา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกองทุนในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มอบหมายให้ไปดูแล ในเรื่องของสภาพจิตใจ



