เมื่อวันที่ 12 ส.ค. นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จิตแพทย์ ในฐานะประธานมูลนิธิสถาบันและพัฒนาการเรียนรู้ เปิดเผยว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาที่แก้ยาก เปรียบเหมือนถังน้ำที่ไม่เคยพร่อง มีแต่ล้นเต็ม มีผู้เสพใหม่เข้ามาเรื่อยๆ และที่หนักไปกว่านั้นคือ เสพติดรายเก่าที่ผ่านการบำบัดกลับมาเสพซ้ำ วงจรดังกล่าวทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ดีขึ้น ดังนั้นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ชุมชน ขับเคลื่อนโครงการอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ผ่านกลไก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยเป็นการดำเนินงานจากการเปลี่ยน “ผู้เสพ” มาเป็น “ผู้กล้า” เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างการยอมรับและเปิดใจของคนในชุมชน
นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ชุมชนบ้านเนินคีรี ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ของ สสส. เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการอำเภอต้นแบบชุมชนล้อมรักษ์ พบว่าเดิมบำบัด 2-4 เดือนแล้วปล่อยกลับบ้าน มีการเยี่ยมบ้าน นัดประชุมเท่านั้น แต่ที่บ้านไร่ จะเรียกว่า “ผู้กล้า” มาช่วยขับเคลื่อน หลังจากบำบัดครบ 4 เดือน และที่เหลืออีก 8 เดือน จะติดตามมาประชุม ถามไถ่ความเป็นไปของผู้กล้าที่จะไม่กลับไปเสพยาซ้ำภายใน 1 สัปดาห์ว่า เขาทำได้อย่างไร จะทำให้สมองส่วนคิดซึมซับและดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อครบ 1 ปีแล้ว จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่เขาไม่กลับไปเสพซ้ำ

“ภาวะสมองติดยา จะหายได้ คือต้องไม่ให้สมองได้รับยาเสพติดภายใน 1 ปี และในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องมีการฟื้นฟูสมองส่วนความคิดให้มีความสามารถในการควบคุมสมองส่วนที่อยาก ซึ่งในกระบวนการนี้มีอยู่ในกระบวนการบำบัด โดยใช้เรื่องสติบำบัดและ CBTx บำบัดมาหลอมหลวมให้เป็นโปรแกรมที่มีพลังมากขึ้นดีกว่าใช้โปรแกรมเดียวแล้วนำมาใช้ดูแลต่อเนื่องในชุมชนให้ครบปี” นพ.ยงยุทธ กล่าว
พ.ต.ต.ธนกฤต แก้วพานิช ผู้แทนตำรวจ สภ.บ้านไร่ กล่าวว่า บ้านไร่ หมู่ 1 และ หมู่10 เป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการค้นหาผู้เสพอย่างต่อเนื่องทุกบ้าน ทั้งติดกล้องวงจรปิด และเปิดรับแจ้งเบาะแส ที่ผ่านมาคัดกรองผู้เสพได้ 28 ราย ส่งต่อเข้าระบบสาธารณสุขเพื่อบำบัดต่อเนื่อง 4 เดือน ส่วนผู้ค้าก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากนั้น จะมีการสอนฝึกอาชีพให้กับผู้กล้า เช่น การทำเกษตรกรรม สอนทำน้ำยาล้างจาน นั่งสมาธิ พร้อมให้ศึกษาดูงานในสถานที่ต่างๆ เพิ่มเติม ส่วนครอบครัวผู้กล้าจะได้รับความช่วยเหลือจากชุมชน หากผู้กล้าไม่กลับไปเสพยาซ้ำจะได้รับประกาศนียบัตรจากนายก อบต.บ้านไร่

นายณัฐพศุตม์ โชติศิริกุล นายอำเภอบ้านไร่ กล่าวว่า การแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จะมีการจัดกิจกรรมนำผู้ที่ติดยาเสพติด ที่สามารถแก้ไขได้มาจัดค่ายเป็นชุมชนล้อมรักษ์เพื่อบำบัด โดยใช้แนวคิดจาก นพ.ยงยุทธ และ สสส. มาดำเนินการให้มีกิจกรรมและมีแนวทางช่วยเหลือโดยชุมชน ไม่ให้หวนกลับไปเสพอีกครั้ง ภายใน 1 ปี และกลับมาเป็นกำลังหลักของชุมชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป
นายสมเจตน์ เจียมเจือจันทร์ สาธารณสุขอำเภอบ้านไร่ กล่าวว่า แนวทางในการบำบัดจะต้องมีการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด ถ้ามีอาการรุนแรงจะส่งต่อไปบำบัดที่โรงพยาบาล ถ้าเป็นกลุ่มสีเขียวคือผู้เสพที่ไม่รุนแรงและไม่มีอาการทางจิตเวช จะส่งต่อไปบำบัดที่ รพ.สต.ทั้ง 21 แห่งในอำเภอบ้านไร่ ขั้นตอนบำบัดและติดตามจะมีด้วยกันทั้งหมด 16 ครั้ง และต้องได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการปกป้องผู้เสพจากสิ่งกระตุ้น สิ่งเร้าต่างๆ เพื่อไม่ให้กลับไปใช้ยาซ้ำ นอกจากนี้ครอบครัวต้องให้โอกาสกับผู้เสพให้มีกำลังใจในการบำบัดให้ครบหลักสูตร

นายเอ (นามสมมุติ) ผู้กล้า กล่าวว่า ตนเสพยาบ้ามา 3 ปี สุขภาพย่ำแย่ แต่สงสารครอบครัวจึงเข้ารับการบำบัด ทั้งนี้อยากขอโอกาสให้ผู้ติดยาได้กล้าแสดงออก กล้าเปิดเผย กล้าเข้ามามีส่วนร่วมในสังคม กล้าที่จะทำหลายๆ อย่างโดยไม่ต้องหวาดระแวงคน และขอให้ผู้ที่ยังเสพอยู่กลับตัวกลับใจ เลิกยาเสพติด วันนี้สังคมยังให้โอกาส ก็ขอให้เลิก.



