จากกรณี วันที่ 9 ส.ค. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง” ตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจนอมินีและโรงแรมผิดกฎหมายในพื้นที่เขตห้วยขวาง กทม. ก่อนต่อมา มีบุคคลชื่อ “นายโป๊ะ” ติดต่อกับนายพลพีร์ ทางโทรศัพท์ โดยอ้างตัวเป็นคนดูแลผู้ประกอบการในพื้นที่ห้วยขวาง และพูดในทำนองขอเจรจาไกล่เกลี่ย

คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 11 ส.ค. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี และให้ปากคำเพิ่มเติม หลังรองอธิบดีกรมการปกครอง นำพยานหลักฐานที่เป็นคลิปการสนทนา และเบอร์โทรศัพท์เข้าแจ้งความไว้แล้ว เพื่อให้หาตัว “นายโป๊ะ” และดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายพลพีร์ เผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม กรณีที่ได้ลงพื้นที่ตรวจผู้ประกอบการต่างๆ และโรงแรมนอมินีในพื้นที่ห้วยขวาง ซึ่งระหว่างลงพื้นที่ปรากฏว่า มีเบอร์ของคนชื่อ “นายโป๊ะ” คนที่อ้างตัวเป็นคนดูแลผู้ประกอบการในพื้นที่ห้วยขวาง โทรฯ มาหาตนเอง ซึ่งเมื่อนายโป๊ะ โทรฯ มาก็มีการพูดเชิงขอไกล่เกลี่ย และเสนอจ่ายเงินสินบนเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี และยังอ้างชื่อถึงเจ้าหน้าที่รัฐในระดับพื้นที่เขตห้วยขวาง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่ามีการจ่ายเงินดูแลเป็นงวดๆ ให้กับหลายหน่วยงานเป็นประจำอยู่แล้ว

ซึ่งหลังจากที่มีการพูดคุย ตนเองได้ส่งรองอธิบดีกรมการปกครองเข้าแจ้งความไว้เบื้องต้น พร้อมพยานหลักฐานที่เป็นคลิปการสนทนา ซึ่งในบทสนทนาจะมีรายละเอียดเรื่องวิธีการดูแลว่าจ่ายเงินอย่างไร

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบโรงแรมดังกล่าว พบว่าไม่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องกับกระทรวงพาณิชย์ แรงงานต่างด้าวก็ไม่แจ้งกับกระทรวงแรงงาน และเชื่อว่าถนนทั้งเส้นในพื้นที่ห้วยขวาง น่าจะมีความผิดปกติทั้งหมดเพราะที่ผ่านมา เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมถึง สส.ของพรรคประชาชน ก็ได้ยื่นเอกสารมาหาตัวเอง จึงปรึกษาอธิบดีกรมการปกครองว่าจะดำเนินการวางแผนตามขั้นตอนในการตรวจสอบอย่างไร เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ประกอบการคนไทยที่เสียภาษี และทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาเบียดเบียนผลประโยชน์ที่ควรเป็นของคนไทย รวมถึงการครอบครองที่ดินด้วย

เมื่อถามว่ากรณีการใช้นอมินีครอบครองกิจการ มีมานานมากแล้ว ทำไมกระทรวงมหาดไทยถึงเพิ่งปฏิบัติการ และลงพื้นที่ตรวจตอนนี้ นายพลพีร์ บอกว่า แต่ตัวเองเพิ่งมารับหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเพียงสามเดือนเท่านั้น ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ในอดีตเป็นอย่างไร ทำอะไรกันมาก่อน ซึ่งวันนี้ตนไม่อยากไปรื้อฟื้น

นายพลพีร์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่ตัวเองได้พูดคุยโทรศัพท์กับ นายโป๊ะ มีการเอ่ยถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ทราบเรื่องและทำการสืบสวนภายในแล้ว

นายพลพีร์กล่าวต่ออีกว่า เรื่องนี้มีคนไทยคอยอำนวยความสะดวกแน่นอน โดยมีบริษัทเอกชนที่เป็นบริษัททำบัญชี ร่วมกับบริษัททนายความคอยอำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติในเรื่องการลงทุน แต่เรื่องนี้จะมีข้าราชการเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ตนเองยังไม่ขอฟันธงแต่ถ้าสาวไปถึงใครก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบ ก็จะไม่ได้หยุดแค่พื้นที่ห้วยขวางแน่นอนเพราะตนเองต้องการรู้โครงข่ายของกระบวนการทุกส่วน ว่ามีบริษัทบัญชี บริษัททนายความ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใดบ้างที่เกี่ยวข้องบ้าง และสุดท้าย หากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการใดก็จะฟันไม่เลี้ยงอย่างแน่นอน

สำหรับผู้ประกอบการต่างชาติที่ได้รับสัญชาติไทย นายพลพีร์ บอกว่า ต้องไปตรวจสอบเรื่องเส้นเงินด้วยว่ามีเงินเทา หรือเส้นเงินของสแกมเมอร์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากมีเส้นเงินไปถึงก็สามารถยึดทรัพย์ได้ทันที แต่หากถือสัญชาติอื่นแล้วประกอบธุรกิจผิดกฎหมายนำเงินออกนอกประเทศ ส่วนนั้นก็ตามได้ยาก ยกเว้นกลุ่มคนเหล่านี้ ได้รับสัญชาติไทย ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะง่ายกับการตรวจสอบ

ขณะเดียวกัน 1-2 สัปดาห์นี้จะมีข่าวใหญ่ทลายขบวนการออกบัตรประชาชนให้ชาวต่างชาติแบบผิดกฎหมายด้วย

ส่วนที่มาให้ข้อมูลกับทาง สน.ห้วยขวาง ตนเองขอความร่วมมือให้อัปเดตข้อมูลภายใน 7 วัน สำหรับประเด็นที่มีการพูดคุยทางโทรศัพท์ เกี่ยวข้องกับคำว่า “ห้วยขวาง” ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจหรือสำนักงานเขตห้วยขวางนั้น นายพลพีร์ บอกว่า ขณะนี้ ผู้อำนวยการเขตห้วยขวางได้มีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว และจะให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประสานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

นายพลพีร์ ย้ำว่า เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ เนื่องจากเนื้อหาที่ปรากฏมีความชัดเจนและพบการกระทำที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้จนกว่าจะตรวจสอบได้ว่า บุคคลใดเป็นผู้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นายพลพีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สถานบันเทิงในย่าน RCA เป็น 1 ใน 10 แห่งที่อยู่ในแผนการปฏิบัติการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเข้าดำเนินการตรวจสอบเมื่อใด