สำหรับเหตุผลที่ทำให้ “ปีนผาจำลอง” กลายเป็นกิจกรรมฮอตฮิตติดเทรนด์ และผุดขึ้นมาให้เห็นตามสื่อโซเชียลต่าง ๆ ชนิดเป็นดอกเห็ดนั้น ก็มีอยู่หลายอย่าง

เหตุผลอย่างแรก นี่คือกีฬาที่ใช้ร่างกายแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นแขนขา แกนกลางลำตัว รวมทั้งกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ ซึ่งทำให้ผู้เล่นได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ ทั้งร่าง หรือ เรียกว่า สามารถพัฒนากล้ามเนื้อได้แทบทุกส่วนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ผู้เล่นยังจะได้เผชิญหน้ากับความท้าทาย การทดสอบสภาพจิตใจของตัวเอง และช่วยให้คุณได้ใช้สมาธิ ใช้สมองในการวางแผน รวมทั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังจะได้เจอกับคอมมิวนิตี้ที่น่ารัก เพราะผู้เล่นมักจะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นการแชร์เรื่องเทคนิค การให้กำลังใจ แม้จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกันก็ตาม

ขณะที่เหตุผลสำคัญอีกข้อที่ทำให้กีฬาปีนผาจำลองกำลังมาแรงก็คือ “นี่คือกีฬาในร่ม” ที่คุณสามารถจะเล่นได้ในทุกสภาพอากาศ และทุกฤดูกาล รวมทั้งน่าจะถูกใจคนขี้ร้อนเพราะยิมปีนผาส่วนใหญ่มักจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าคุณเกิดสนใจอยากลองหันมาออกกำลังกายด้วยการปีนผาจำลองขึ้นมา และคิดว่า ตัวเองมีสภาพร่างกายที่พร้อมรับมือกับความท้าทายจากกีฬาประเภทนี้ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการออกเดินทางไปยัง “ยิมปีนผาจำลอง” ที่มีให้เลือกใช้บริการหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ รวมทั้งหัวเมืองใหญ่อย่าง เชียงใหม่, ภูเก็ต, ขอนแก่น และ ชลบุรี เป็นต้น

โดยยิมส่วนใหญ่ยังมีบริการให้เช่ารองเท้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ และคิดค่าเข้าแบบเหมาทั้งวันที่ราคาประมาณ 300-700 บาท นอกจากนี้ หากเกิดติดอกติดใจขึ้นมายิมบางแห่งก็ยังมีโปรชั่นเหมาค่าเข้าเป็นรายสัปดาห์ได้อีกด้วย

เมื่อคุณเดินเข้าไปใน ยิมปีนผาจำลอง สิ่งที่คุณจะได้พบก็คือ กำแพงปีนผาที่มีตัวจับ หลากหลายรูปทรงและสีสัน, เส้นทางปีน ที่ถูกกำหนดให้มีระดับความยากแตกต่างกันไป, เบาะรองรับ หรือ เชือกเพื่อความปลอดภัย และ พื้นที่อบอุ่นร่างกายและฝึกความแข็งแรง

ขณะที่รูปแบบการปีนผาจำลองที่นิยมกันก็จะมีอยู่ 3 แบบคือ

  1. โบลเดอร์ริ่ง (Bouldering) – เป็นการปีนหน้าผาจำลองความสูงประมาณ 3-4 เมตรโดยไม่ใช้เชือกและสายรัดนิรภัย แต่จะใช้เบาะหนานุ่มรองรับด้านล่างเพื่อความปลอดภัย เน้นการแก้ปัญหาเส้นทาง ที่ต้องใช้เทคนิค ความแข็งแรง และการเคลื่อนไหวระยะสั้น
  2. ท็อปโรป (Top Rope) – เป็นการปีนหน้าผาสูงประมาณ 10-15 เมตรขึ้นไป โดยมีเชือกผูกโยงผ่านจุดยึดด้านบนสุดของหน้าผาลงมายังผู้ปีนและผู้คุมเชือกด้านล่าง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเพราะมีความปลอดภัยสูง โอกาสตกหรือหล่นมีน้อยมากเนื่องจากเชือกดึงรั้งไว้ตลอดเวลา
  3. ลีดไคล์มบิง (Lead Climbing) – เป็นการปีนหน้าผาสูงที่ผู้ปีนจะต้องนำเชือกติดตัวขึ้นไปด้วย และทำการเกี่ยวเชือกเข้ากับจุดยึดที่ติดอยู่บนหน้าผาไปทีละจุดตลอดเส้นทางจนถึงด้านบน รูปแบบนี้มีความท้าทายสูงและต้องใช้ทักษะขั้นสูงรวมถึงผู้คุมเชือกที่เชี่ยวชาญ

ทั้งหมดคือเรื่องราวของกีฬาปีนผาจำลองที่เรานำมาฝากกันเพื่อเป็นตัวเลือกในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงพร้อมสู้กับงาน และสิ่งที่โลกเบี้ยว ๆ ใบนี้เหวี่ยงเข้ามาหาเราไม่เว้นแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคะณจะเลือกออกกำลังกายด้วยการออกไปปีนผาจำลอง ออกไปวิ่ง หรือ แม้กระทั่งเดินเพียง 10, 15 หรือ 20 นาที มันก็ล้วนแล้วแต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการมีร่างกายที่แข็งแรง และอายุที่ยืนยาวทั้งสิ้น.

ภาพ gettyimages