สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า กระทรวงการคลังบราซิล และกระทรวงการวางแผนบราซิล รวมข้อเสนอดังกล่าวไว้ในร่างกฎหมายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบรรดานักลงทุนตั้งคำถามถึงความเต็มใจของประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล ในการปรับนโยบายการคลังอย่างเข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายดาริโอ ดูริกัน กล่าวกับนักข่าวในกรุงบราซิเลียว่า การเปลี่ยนแปลงที่เสนอคาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 10,000 ล้านเรอัลบราซิล (ราว 63,900 ล้านบาท) ในปีหน้า โดยชะลอการใช้จ่ายภาคบังคับที่เพิ่มขึ้น

อนึ่ง การใช้จ่ายภาคบังคับถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาลฝ่ายซ้านของลูลา อีกทั้งผู้นำบราซิลไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนถึงความจำเป็นในการปรับนโยบายการคลังที่ทะเยอทะยานมากขึ้น ในการรณรงค์หาเสียงก่อนถึงการเลือกตั้งในเดือน ต.ค. นี้

ภายใต้ข้อเสนอข้างต้น หากรายงานรายรับและรายจ่ายของรัฐบาลบราซิลก่อนร่างงบประมาณประจำปี คาดว่าจะขาดดุลขั้นต้น ข้อกำหนดการใช้จ่ายที่กำหนดโดยกฎหมายทั่วไป จะถูกจำกัดในปีงบประมาณถัดไป และเนื่องจากรายงานการคลังฉบับล่าสุดคาดการณ์ว่าจะขาดดุลขั้นต้น 52,000 ล้านเรอัลบราซิล (ราว 332,680 ล้านบาท) ในปีนี้ มาตรการจึงคาดว่าจะนำไปใช้กับงบประมาณของปีหน้า

นั่นหมายความว่า โครงการต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับกฎระเบียบที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จะไม่สามารถเติบโตเร็วกว่าขีดจำกัดการใช้จ่ายที่แท้จริง ภายใต้กรอบการคลังของลูลา ซึ่งอนุญาตให้เพิ่มขึ้น 0.6% เป็น 2.5% ต่อปี.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS