สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่าสื่อหลายแห่งของอินเดียเผยแพร่เอกสาร ว่าเป็นบันทึกภายใน ซึ่งแจ้งต่อบุคลากรการบินของสายการบินแอร์อินเดีย ที่เป็นสายการบินแห่งชาติ ว่าจะเริ่มมีการตรวจสารเสพติดนักบินทุกคน “เป็นภาคบังคับ” ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. นี้เป็นต้นไป


การตรวจจะครอบคลุมสารเสพติดและยาที่ห้ามใช้ตามกฎระเบียบด้านการบิน โดยจะดำเนินการควบคู่กับการฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกนักบินของแอร์อินเดีย รวมถึงหลังเสร็จสิ้นเที่ยวบิน ตามศูนย์รายงานตัวและสำนักงานต่าง ๆ หรือสถานที่ซึ่งมีการกำหนดตามฐานปฏิบัติการของนักบิน


มาตรการให้ครอบคลุมนักบินของแอร์อินเดีย เอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดในเครือของแอร์อินเดียด้วย


การยกระดับมาตรการในครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มความเข้มงวด มากกว่ากฎระเบียบปกติ ที่กำหนดให้สายการบินสุ่มตรวจลูกเรืออย่างน้อย 10% ของจำนวนทั้งหมดในแต่ละปี เพื่อหาสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท


แอร์อินเดียระบุในบันทึกภายในว่า แม้ข้อกำหนดดังกล่าวมีอยู่แล้ว แต่บริษัทเห็นว่า จำเป็นต้องยกระดับมาตรการให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ในช่วงที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอินเดียกำลังสอบสวนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ซึ่งเครื่องบินแอร์บัส เอ320นีโอ ของแอร์อินเดีย ซึ่งเดินทางจากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ไปยังกรุงนิวเดลี สูญเสียระดับความสูงอย่างกะทันหันราว 300 ฟุต หรือประมาณ 91 เมตร ระหว่างทำการบิน ส่งผลให้ผู้โดยสาร 13 คน และลูกเรือ 4 คน ได้รับบาดเจ็บ


แหล่งข่าวที่รับทราบรายละเอียดระบุว่า กัปตันของเที่ยวบินมีผลตรวจพบสารกัญชาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการชี้แจงว่า ผลการตรวจสารกัญชาของนักบิน มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์เครื่องบินสูญเสียระดับความสูงอย่างฉับพลันหรือไม่.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS