นี่คือการซื้อขายทีมกีฬาครั้งประวัติศาสตร์ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้เห็น แต่มันก็เป็นไปแล้ว แถมข้อตกลงยังเกิดขึ้นเร็วอย่างน่าเหลือเชื่ออีกด้วย
นั่นคือ การซื้อขายหุ้นใหญ่ของ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ยอดทีมแห่งศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ สหรัฐ ด้วย มูลค่าถึง 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือราว 414,000 แสนล้านบาทไทย!!!
และเชื่อหรือไม่ว่า ดีลนี้ตกลงกันได้ และจบภายในเวลาแค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เดียว
ข่าวใหญ่นี้ ถูกเปิดเผย เมื่อวันพุธที่ 12 ส.ค. ตามเวลาอเมริกา ระบุว่า จอช คุชเนอร์ น้องชายของ จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ร่วมหุ้นกับ บ็อบ ไอเกอร์ อดีตซีอีโอของดิสนีย์ เข้าซื้อหุ้นใหญ่ของ เลเกอร์ส
การเจรจาดีลนี้ เริ่มเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว โดย คุชเชอร์ ได้ติดต่อไปหา มาร์ค วอลเตอร์ เจ้าของเดิม เพื่อขอซื้อหุ้นส่วนใหญ่ที่ วอลเตอร์ ถืออยู่
ที่พีคกว่าคือ วอลเตอร์ เพิ่งซื้อหุ้นของ เลเกอร์ส มาจากตระกูลบัส ที่เป็นเจ้าของมาตั้งแต่ปี 1979 เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2025 หรือปีที่แล้วนี่เอง
ตอนนั้น เขาซื้อในราคา 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 331,000 ล้านบาท) ซึ่งก็เป็นสถิติสูงสุดของเอ็นบีเอ
การขายหุ้นครั้งนี้ จึงทำให้ วอลเตอร์ ได้กำไรถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 83,000 ล้านบาท) ภายในเวลาไม่กี่เดือน

หากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของเอ็นบีเอ ดีลนี้จะกลายเป็นการซื้อขายทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้
ทำลายสถิติ ดีลสูงสุดของวงการกีฬาที่เคยเกิดขึ้นในโลก ซึ่งก็คือ เลเกอร์ส เอง เมื่อปี 2025 ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ยังแซงหน้ามูลค่า 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ บอสตัน เซลติกส์ ที่เพิ่งเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อปีที่แล้ว
อีกยังทำให้ เลเกอร์ส มีมูลค่าสูงกว่าทีมเพื่อนร่วมลีกอย่าง ฟีนิกซ์ ซันส์ ถึง 3 เท่า ตอนที่ ซันส์ ถูกซื้อขายในราคา 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2023
ขณะเดียวกัน ยังทำลายสถิติ 9,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ ซีแอตเทิล ซีฮอว์คส ในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วด้วย
ยิ่งถ้าเทียบกับการซื้อขายทีมในพรีเมียร์ลีกก็ยังถือว่าห่างกันอยู่มาก
ตอนที่กลุ่มทุนของ ท็อดด์ โบห์ลี ซื้อทีม เชลซี เมื่อปี 2022 พวกเขาซื้อในราคา 2,500 ล้านบาท
แม้ว่าโดยรวมแล้ว มูลค่าของข้อตกลงจะอยู่ที่ 4,250 ล้านปอนด์ หรือ 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ตาม
ส่วนตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยตกเป็นข่าวว่าต้องการเงินถึง 10,000 ล้านปอนด์ (13,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อขายสโมสรผีแดง
แต่นั่นเป็นเพียงราคาตั้งขาย ไม่ใช่ราคาที่มีการซื้อขายจริง
และสุดท้าย เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เข้าซื้อหุ้นจำนวน 27.7% ในราคาราว 1,300 ล้านปอนด์ ในปี 2024.



