สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า การที่จีนนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่รถบรรทุกขนาดเล็ก ไปจนถึงรถบรรทุกลากกึ่งพ่วง ช่วยปกป้องตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งในขณะนี้ ประเทศอื่น ๆ เร่งดำเนินการตามเช่นกัน
ในช่วงสี่เดือนแรกหลังสหรัฐและอิสราเอลเริ่มทำสงครามกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา การส่งออกรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดใหญ่ของจีน เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เป็น 16,823 คัน โดยในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งส่งออกไปยังเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้นมากกว่าห้าเท่า และเกือบสามเท่า ตามลำดับ
อนึ่ง เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นพิเศษ และการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นับเป็นการเปิดโอกาสสำหรับจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถบรรทุกไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก
Iran war a boon for China's e-trucks, fuelling export surge https://t.co/9pwwBL41e1
— Reuters Asia (@ReutersAsia) August 13, 2026
แม้การส่งออกรถบรรทุกไฟฟ้ายังคงมีขนาดค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของจีน ขณะที่รถบรรทุกในภูมิภาคมีจำนวนหลายล้านคัน แต่หากแนวโน้มการเติบโตยังดำเนินต่อไป และเป็นไปในทิศทางเดียวกับการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าในจีน มันก็อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการบริโภคน้ำมันดีเซลและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ทั้งนี้ รถบรรทุกไฟฟ้าในจีนเติบโตจากเกือบ 0% ในปี 2564 เป็น 30% ของยอดขายรถบรรทุกเมื่อปีที่แล้ว โดยมียอดขายรถบรรทุกไฟฟ้า 140,000 คัน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ส่วนการใช้น้ำมันดีเซลในจีนเริ่มลดลงตั้งแต่ปีที่แล้ว
ด้านบริษัท ซานี (Sany) ผู้ผลิตรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดใหญ่รายใหญ่ที่สุดของโลก คาดการณ์ว่าสงครามในอิหร่านจะรักษาการเติบโตอย่างรวดเร็วต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี โดยเฉพาะในเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



