ฟุตบอลพรีเมียร์ อังกฤษ ฤดูกาล 2026-27 จะคิกออฟนัดแรกเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. นี้ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เจ้าของแชมป์เก่า จะเปิดบ้านเจอกับ “ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี ซิตี ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา และสิ่งที่จะมาพร้อมกับความตื่นเต้นที่แฟนบอลตั้งตารอคอยคือกฎใหม่บางอย่างที่นักเตะและแฟนๆ ต้องทำความคุ้นเคย

กฎใหม่ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการรบกวนจังหวะการเล่นและทำให้เกมเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มเวลาทดเจ็บมากมาย การเปลี่ยนแปลงจะถูกนำมาใช้ทั่วทั้งฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่การแข่งขันอีเอฟแอล ไปจนถึงพรีเมียร์ลีกและซันเดย์ ลีก

กฎใหม่มีตั้งแต่

นับถอยหลังลูกทุ่มและเตะจากผู้รักษาประตู : กลยุทธ์ใดๆ ที่อาจถูกตัดสินว่าเป็นการขัดขวางการเล่น รวมถึงการวางลูกบอลไว้บนกรวยและการปล่อยลูกบอลให้เพื่อนร่วมทีม อาจทำให้เกิดการนับถอยหลัง ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดเพื่อให้รีบเล่น และนับถอยหลังห้าวินาที พร้อมแสดงการนับ หากไม่ทำในเวลาที่กำหนด จะให้สิทธิการทุ่มแก่ทีมตรงข้าม

กฎใหม่นี้จะไม่ครอบคลุมการเตรียมตัวทุ่มไกล แต่การนับถอยหลังอาจเริ่มต้นเมื่อผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งแล้ว และหากผู้รักษาประตูใช้เวลานานเกินไปในการเตะลูกจากประตู ผู้ตัดสินสามารถให้ลูกเตะมุมแก่ฝ่ายตรงข้ามแทน

การเปลี่ยนตัวสำรอง : ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวมีเวลา 10 วินาที ในการออกจากสนามให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น ผู้เล่นสำรองจะไม่สามารถลงสนามได้เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งนาที และทีมจะต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คน แต่มีข้อยกเว้น เช่น กรณีที่ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ หรือมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย

ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บต้องอยู่นอกสนามหนึ่งนาที : เดิมทีแฟนๆ เคยชินกับการที่ผู้เล่นต้องอยู่นอกสนาม 30 วินาที หลังได้รับการปฐมพยาบาลแพทย์ในสนาม แต่ตอนนี้เข้มงวดมากขึ้น และต้องอยู่นอกสนาม 1 นาที

ผู้เล่นต้องออกจากสนาม หากพวกเขาทำให้ผู้ตัดสินต้องหยุดเกม แม้ว่าจะไม่ได้รับการรักษาก็ตาม ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้เล่นทำลายโมเมนตัมของฝ่ายตรงข้าม

แต่มีความกังวลว่าหนึ่งนาทีอาจนานเกินไป หากผู้เล่นไม่ได้แกล้งเจ็บ จึงมีข้อยกเว้นบางประการ เช่น หากผู้เล่นที่ทำฟาวล์ได้รับใบเหลืองหรือใบแดง ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บไม่จำเป็นต้องออกจากสนามในทุกกรณี

ผู้รักษาประตูแกล้งเจ็บไม่ได้อีก : ประเด็นร้อนในฤดูกาลที่ผ่านมาคือการที่นายทวารแกล้งเจ็บ เพื่อให้โค้ชได้สอนแทคติกเพื่อนร่วมทีมและขัดขวางจังหวะฝ่ายตรงข้ามไปในตัว

แต่ระบบใหม่ หากผู้รักษาประตูขอรับการรักษา ผู้เล่นในสนามที่โค้ชเลือกจะต้องออกจากสนาม 1 นาที โดยมีเวลา 10 วินาทีในการบอกผู้ตัดสินที่ 4 ว่าใครจะออก มิฉะนั้นกัปตันทีมจะต้องเป็นคนออก อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้น เช่น กรณีที่ผู้รักษาประตูถูกทำฟาวล์หรือมีเลือดออก

สิ่งที่ต้องจับตา การใช้มือจับบอลในเขตโทษ : เคยมีสถานการณ์สับสนที่ไม่ชัดเจนว่ามีการเตะลูกจากประตูแล้วหรือไม่ เมื่อกองหลังใช้มือจับลูกบอล กรณีผู้รักษาประตูเตะบอลมาให้ เช่น ไทโรน มิงส์ ของแอสตัน วิลลา เคยทำเสียจุดโทษจากการใช้มือหลังจากเอมิเลียโน มาร์ติเนซ เตะบอลมาให้ แต่ กาเบรียล มากัลเญส ของอาร์เซนอล ไม่ถูกลงโทษเมื่อใช้มือสัมผัสบอลในเกมกับบาเยิร์น มิวนิก ก่อนหน้านั้นในปีเดียวกัน

แต่ต่อไปนี้ จะมีแนวทางที่สอดคล้องกัน หากผู้รักษาประตูหรือกองหลังเตะบอลแล้ว การเตะลูกจากประตูจะถือว่าได้เกิดขึ้นแล้ว การที่ผู้เล่นฝ่ายรับใช้มือหรือแขนสัมผัสบอลจะนับเป็นการฟาวล์

อำนาจ VAR มากกว่าเดิม : VAR สามารถตรวจสอบผู้เล่นโดนใบเหลืองสองใบได้ แต่ต้องเป็นความผิดพลาดที่ชัดเจนจึงจะให้ฟาวล์ นอกจากนี้ VAR สามารถตรวจสอบหากมีการฟาวล์ก่อนลูกตั้งเตะและนำไปสู่การได้ประตู จุดโทษ หรือการลงโทษทางวินัย การเริ่มเล่นใหม่จะเป็นการเตะมุม แต่จะไม่มีการแทรกแซงกรณีลูกเตะมุมที่ไม่ถูกต้อง หรือใบแดงสำหรับผู้เล่นที่ปิดปากในสถานการณ์เผชิญหน้า