สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่า กลุ่มผู้ประท้วงเป็นส่วนหนึ่งของผู้อพยพประมาณ 5,000-8,000 คนที่ยังอยู่ในเมืองเซวตา หลังการข้ามพรมแดนครั้งใหญ่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีผู้คนมากกว่า 72,000 คนหลั่งไหลเข้ามาในเมืองที่มีประชากรประมาณ 80,000 คน และผู้อพยพหลายคนเดินทางกลับโดยสมัครใจในอีกไม่กี่วันต่อมา

เนื่องจากทรัพยากรของเมืองเซวตามีจำกัด ผู้อพยพส่วนใหญ่จึงต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากบนชายหาดเอลแทรมโปลิน หรือพื้นที่ชานเมือง ขณะรอโอกาสที่จะเดินทางต่อไปยังยุโรป โดยผู้อพยพบางคนกล่าวว่า ตำรวจสเปนขัดขวางไม่ให้ผู้อพยพเข้าไปในใจกลางเมืองเซวตา

กลุ่มผู้ประท้วงชูธงชาติสเปนและป้ายที่มีข้อความว่า “เราไม่ต้องการกลับไปยังโมร็อกโก” และ “เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน” พร้อมกับตะโกนว่า “เราเหนื่อยแล้ว” หรือ “เราต้องการทางออก”

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเฟอร์นันโด กรานเด-มาร์ลาสกา รมว.มหาดไทยของสเปน กล่าวว่า ผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย จะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในเมืองเซวตา เดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่ของสเปน หรือได้รับสถานะทางกฎหมาย ยกเว้นในกรณีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับความเปราะบางอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ ผู้อพยพคนหนึ่งกล่าวว่า เขาขอสถานะผู้ลี้ภัยเพราะถูกกดขี่ข่มเหงจากรสนิยมทางเพศ และยังไม่ได้รับการตอบกลับจากองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) ในท้องถิ่นที่เขาติดต่อไว้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS