กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยความคืบหน้ามาตรการป้องกันการสวมสิทธิและแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ยืนยันประเทศไทยให้ความสำคัญและดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง พร้อมเดินหน้าแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสหรัฐอเมริกาอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ประเทศไทยตระหนักถึงความเสี่ยงเรื่องการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สาม (Transshipment) และพร้อมยกระดับการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานของสหรัฐ อย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายพร้อมดำเนินคดีทันที
ชู 5 มาตรการยกระดับตรวจสอบ
- เชื่อมโยงข้อมูลบูรณาการ : กรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และพาณิชย์จังหวัด ร่วมมือกันเชื่อมโยงข้อมูลการผลิตและผู้ประกอบการเพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ
- ลุยตรวจเชิงรุก : เพิ่มการลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการจริง และสุ่มตรวจสอบย้อนหลังถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างเข้มงวด
- ขยายรายการสินค้าเฝ้าระวัง : ปรับเพิ่มรายการสินค้าเฝ้าระวังร่วมกับสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (CBP) จาก 49 รายการ (194 พิกัดศุลกากร) เป็น 67 รายการ (274 พิกัดศุลกากร) โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569
- ดึง AI ช่วยประเมินความเสี่ยง : เตรียมพัฒนาระบบ ROVERs Plus นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านถิ่นกำเนิดสินค้า
- เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ : จัดอบรมให้ความรู้เรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ (Local Content) แก่ผู้ประกอบการแล้วกว่า 2,000 ราย
กรมการค้าต่างประเทศเน้นย้ำว่า ตัวเลขการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอาจเกิดจากการย้ายฐานการผลิต การลงทุนใหม่ หรือการขยายกำลังผลิตตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งจำเป็นต้องแยกแยะออกจากกรณีแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าให้ชัดเจน โดยใช้ข้อมูลจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบได้เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต
ทั้งนี้ ในระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2569 กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรมีกำหนดการเข้าร่วมหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นและแจงมาตรการของไทยในการแก้ปัญหา Transshipment อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ



