นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกรรมการและเลขานุการ และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (BDE) รวมถึงผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันกิจการอวกาศไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้ามาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ในฐานะเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายอวกาศของประเทศ จึงได้ร่วมสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากิจการอวกาศของไทย ให้สามารถขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ประชุมได้สรุปความคืบหน้าการดำเนินงานใน 3 มิติหลัก ซึ่งล้วนมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1. ด้านเศรษฐกิจอวกาศ มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศด้วยการจัดทำ (ร่าง) นโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Rights) เพื่อกลั่นกรองและอนุญาตดาวเทียมต่างชาติที่จะเข้ามาให้บริการในไทย รวมถึงการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐจะได้รับจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม สำหรับการให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสของประชาชน

2. ด้านกิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง มุ่งเน้นการเฝ้าระวังและการบริหารจัดการจราจรทางอวกาศ เพื่อปกป้องและป้องกันภัยคุกคามในมิติดิจิทัล ไซเบอร์ และห้วงอวกาศ อันเป็นการสร้างความปลอดภัยเชิงพื้นที่และรักษาเสถียรภาพในภาพรวมของประเทศ

3. ด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาระบบดาวเทียมสำรวจโลกของไทย การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งท่าอวกาศยานแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นการพึ่งพาตนเองและลดการเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีอวกาศในอนาคต พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ข้อมูลจากกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกเพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ เช่น การเกษตรแม่นยำ การจัดการภัยพิบัติ และการประเมินมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) ควบคู่กับการยกระดับทักษะบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอวกาศแห่งอนาคต

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ กล่าวว่า ว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ได้พิจารณาให้มีการทบทวนการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. ….. และ (ร่าง) แผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2580 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบันของประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไปในหลาย ๆ ด้าน อาทิ ด้านเทคโนโลยี ด้านปัจจัยการผลิต ด้านการลงทุน มูลค่าทางเศรษฐกิจ และด้านความมั่นคง  และได้รับทราบถึงภาพรวมการดำเนินงานด้านกิจการอวกาศของประเทศไทยในปัจจุบันมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นทั้งด้านนโยบาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ เทคโนโลยีดาวเทียม การผลิตส่วนประกอบ ภารกิจด้านอวกาศเพื่อความมั่นคง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อประโยชน์ของประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศ ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์ 

นอจากนี้ยังได้ให้มีการ (ร่าง) นโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (แลนดิง ไรท์ส ) เพื่อกลั่นกรองและอนุญาตดาวเทียมต่างชาติที่จะเข้ามาให้บริการในไทย รวมถึงการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภค  และ(ร่าง) ประกาศคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในระดับรัฐเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ พ.ศ. …. เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมดาวเทียม ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีทางเลือกในการเข้าถึงบริการสื่อสารคุณภาพสูง ควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมที่ชัดเจน เพื่อรักษาความสมดุลทางการค้า ความเป็นธรรม และความมั่นคงของประเทศ

นายพชร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันได้มีการหารือเรื่อง การบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐจะได้รับจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ (สเตท ยูส แอนด์ พับลิก เซอร์วิสเซส) ที่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานของรัฐภาคพลเรือน และหน่วยงานด้านความมั่นคง ภายใต้นโยบายการดำเนินงานดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ 

รวมทั้งได้เห็นชอบให้โครงการอาร์เทมิส ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ของสหรัฐอเมริกา ดำเนินการโดยองค์การ NASA เป็นโครงการด้านอวกาศที่สำคัญของไทยซึ่งจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนและช่วงเวลาดำเนินการของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนานาชาติ

รวมถึงการเตรียมการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิดระหว่างประเทศต่อความเสียหายอันเนื่องจากวัตถุอวกาศ ค.ศ. 1972 การศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างท่าอวกาศยานในประเทศไทย (Thailand Spaceport) และการดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล 

“เทคโนโลยีอวกาศคือ โอกาสในปัจจุบันของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพ มีโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโต และมีพันธมิตรจากทั่วโลกที่พร้อมพัฒนาไปกับไทย เป้าหมายสูงสุดของไทย ไม่ใช่เพียงแค่การส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร แต่คือการใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง (นิว สเปซ อีโคโนมี่) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ และปักหมุดประเทศไทยให้ยืนได้ในเวทีอวกาศในระดับโลก”