เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ สน.ห้วยขวาง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีธุรกิจนอมินีในพื้นที่ห้วยขวาง หลังกรมการปกครองลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อประมาณ 10 วันที่ผ่านมา

“พลพีร์” บุก สน.ห้วยขวาง ลุยสอบ “นายโป๊ะ” เสนอติดสินบนแลกอุ้มนอมินี

ภายหลัง นายพลพีร์ เข้าพบ ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อรับฟังความคืบหน้า เป็นเวลาประมาณ 10 นาที ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานหลักฐานครบทุกปากแล้ว เหลือเพียงรอข้อมูลจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ เพื่อตรวจสอบเจ้าของหมายเลขที่โทรฯ เข้ามา ในระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสถานประกอบการ โดยอ้างว่าสามารถ “เคลียร์” และจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐได้ ก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจได้ทำหนังสือขอข้อมูลไปแล้ว และคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ในเร็วๆ นี้

นายพลพีร์ ระบุว่า จากการสอบสวนพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปขยายผลได้ โดยยังต้องรอข้อมูลจากหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว เพื่อให้มีความชัดเจนว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีใครบ้าง และมีวิธีการอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติทำธุรกิจหรือทำธุรกรรมผ่านเอกสารของคนไทยอย่างไร

ส่วนกรณีการตรวจสอบชาวต่างด้าวในพื้นที่ดินแดง ซึ่งพบความผิดปกติจากการมีชื่อคนจำนวนมากอยู่รวมกันในทะเบียนบ้านเดียวกัน นายพลพีร์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับกรณีห้วยขวางหรือไม่ โดยทั้ง สน.ห้วยขวาง และ สน.ดินแดง จะต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกัน พร้อมยอมรับว่าการตรวจสอบอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากมีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น นายพลพีร์ ระบุว่า ยังต้องรอผลการสืบสวนสอบสวน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพราะหากพบว่ามีข้าราชการ ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น หรือเอกชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือชื่อเสียงมากเพียงใด ซึ่งการเดินทางมาติดตามคดีด้วยตัวเองครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการลงพื้นที่เพื่อสร้างภาพ แต่ต้องการติดตามพยานหลักฐาน อุปสรรคในการทำงาน และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนต่อประชาชน

นายพลพีร์ ย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้จะทำอย่างจริงจัง และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ นักการเมืองท้องถิ่น หรือเอกชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินคดีทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยยืนยันว่าไม่สนใจว่าผู้เกี่ยวข้องจะมีตำแหน่งหรือชื่อเสียงมากเพียงใด หากพบความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่ยังไม่ได้รับ หลังส่งหนังสือไปแล้วประมาณ 6 วัน นายพลพีร์ ได้กำชับตำรวจให้เร่งติดตาม เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อการออกหมายเรียกและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก่อนพิจารณาดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด

สำหรับแผนตรวจสอบพื้นที่อื่น นายพลพีร์ ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยเตรียมใช้แนวทาง “ดาวกระจาย” โดยให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน และคณะทำงาน ลงพื้นที่หลายจุดพร้อมกัน เพื่อเร่งตรวจสอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้จัดทำบัญชีผู้ประกอบการโรงแรม ธุรกิจบริการที่ไม่มีใบอนุญาต รวมถึงธุรกิจที่อาจเข้าข่ายนอมินี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีคนไทยนำทะเบียนบ้านไปให้กลุ่มนายทุนต่างชาติใช้เป็นที่ตั้งบริษัท ซึ่งหากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที.