เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ต้นปี 69 จนถึงปัจจุบัน พบสัตว์ติดเชื้อรวม 30 ตัว มีผู้สัมผัสโรค 17 ราย (ถูกสุนัขกัด บาดแผลลึก 6 ราย และสัมผัสสัตว์ติดเชื้อ 11 ราย) โดยเฉพาะในเขต 24 ตำบล อำเภอเมือง ช่วงกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ชายอายุ 53 ปี ภูมิลำเนา ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง ถูกสุนัขเพศผู้อายุประมาณ 1-2 เดือน กัดบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง ผู้ป่วยไม่ได้วัคซีน ทำให้เสียชีวิต
สำนักงานเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา จึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในเขต 98 ชุมชน ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งลงพื้นที่ฉีดวัคซีนในสัตว์รอบจุดเกิดโรครัศมี 5 กิโลเมตร พร้อมติดตั้งป้ายประกาศ “ห้ามให้อาหารสุนัขจรจัด” เนื่องจากแนวตะเข็บองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พบการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการรักสัตว์เลี้ยงรวมทั้งกลุ่มผู้ใจบุญไม่พอใจกับข้อความในป้ายที่ถูกติดไว้ตามเสาไฟฟ้าในชุมชนพื้นที่รับผิดชอบ 37.5 ตารางกิโลเมตร จึงได้โพสต์และแสดงความคิดเห็นในแพลตฟอร์มต่างๆ ต้องการให้ ทน.นครราชสีมา เร่งปลดป้ายออกและข้อความส่วนใหญ่กล่าวเชิงลบ ตั้งคำถามถึงงบจัดทำป้าย โดยวิพากษ์วิจารณ์ไม่คุ้มค่าเงินภาษีของประชาชนและเป็นการแก้ไขปัญหา “เอาง่ายเข้าว่า” แทนที่จะนำงบไปทำหมันสุนัขจรจัดหรือจัดหาวัคซีน ซึ่งเกิดประโยชน์ตรงจุดมากกว่า
ด้านชาวชุมชนในเขตเมือง ตอบโต้เรื่องความสะอาดและสุขอนามัย กรณีให้อาหารตามที่สาธารณะ ทำให้เกิดเศษอาหารตกค้างรวมถึงสุนัขขับถ่ายเรี่ยราดอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะสุนัขจรจัดบางตัววิ่งไล่รถหรือคนบนท้องถนน ซึ่งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขบ่อยครั้ง รวมถึงสุนัขกัดสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชุมชน ปัญหาสุนัขจรจัดยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ให้อาหารสัตว์ แต่เมื่อมีป้ายปัญหาลดลงอย่างมีนัยยะ

ต่อมา นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายก ทน.นครราชสีมา พร้อม ดร.ศิวะยุทธ สิงห์ปรุ หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา นายสัตวแพทย์รัฐภูมิ เขียวสนาม นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดในเขตเมือง โดยมี ดร.ปภาดา หรือ ดร.กุ้ง วงค์จันทร์สุ นักขับเคลื่อนและทำงานด้านการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เลขาธิการชมรมจิตอาสารักษ์สัตว์ นางสาวปาริชาติ อยู่หมื่นไวย เจ้าของเพจ “แพรี่กู้ภัยหมาแมวโคราช” เครือข่ายจิตอาสารักษ์สัตว์รวมทั้งผู้ได้รับผลกระทบจากการให้อาหารสัตว์จรจัดร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ข้อขัดแย้ง บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด มีการโต้เถียงกันหลายครั้ง โดยเฉพาะประเด็นข้อความในป้ายที่สื่อสาร เจ้าหน้าที่พยายามประคับประคองให้เกิดความละมุ่น ละม่อม ป้องการใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นเครื่องตัดสินความถูกผิด ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง จึงได้ข้อยุติทั้ง 2 ฝ่าย
ดร.ปภาดา หรือ ดร.กุ้ง เปิดเผยว่า รู้สึกไม่สบายใจกับข้อความ “ให้อาหารเท่ากับผิดกฎหมาย” เนื่องจาก พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ฯ เน้นการควบคุมเรื่องขยะสิ่งปฏิกูล ซึ่งผู้ให้อาหารสัตว์ส่วนหนึ่ง เมื่อให้อาหารเสร็จก็คอยเก็บทำความสะอาดเรียบร้อย ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่การสื่อสารกลับทำให้รู้สึกเหมือนให้อาหารสัตว์เป็นความผิดร้ายแรง ทั้งที่ปัญหาสุนัขจรจัดควรแก้ที่ต้นเหตุ เช่น เร่งฉีดวัคซีนและทำหมันเพื่อควบคุมประชากรสุนัขอย่างยั่งยืนมากกว่าการสั่งห้ามให้อาหาร

ตนขอเสนอให้เปลี่ยนเป็น “ขอความร่วมมืองดให้อาหารสัตว์บริเวณนี้เฉพาะพื้นที่ที่มีเหตุจำเป็น เพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันเหตุรำคาญ โปรดให้อาหารในจุดที่กำหนดใส่อาหารในภาชนะเก็บภาชนะและเศษอาหารทันทีไม่กีดขวางทางสัญจร การเทหรือทิ้งอาหารเศษอาหารหรือภาชนะลงบนที่หรือทางสาธารณะอาจมีความผิดตามกฎหมาย การให้อาหารสัตว์ไม่ได้เป็นความผิดทุกกรณี”
นางสาวปาริชาติ เจ้าของเพจ “แพรี่กู้ภัยหมาแมวโคราช” เปิดเผยว่า พวกเราเป็นกลุ่มจิตอาสาที่ดูแลสุนัข แมวในพื้นที่ ซึ่งมิใช่คอยให้อาหารอย่างเดียว ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานราชการ ทั้งปศุสัตว์และ อปท. ลงพื้นที่จัดกิจกรรมร่วมกันอีก เพื่อระดมทุนทำหมันและฉีดวัคซีน โดยมีภาคเอกชนคอยให้การช่วยเหลือตามที่ร้องขอ ที่ผ่านมาเราไม่เคยทอดทิ้งและให้ร้ายหน่วยงานราชการ มีแต่ชื่นชมในสิ่งที่ทำอยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมา เราอยากมาพูดคุย โดยมีส่วนร่วมกันและไม่ควรอ้างข้อกฎหมายอาจให้สถานการณ์บานปลาย

“พวกเราไม่ได้หาแสงหรือหากินด้วยผลประโยชน์แอบแฝง ต้องการให้ปัญหาจบลงด้วยดี ซึ่งข้อความในป้ายต้องตรงไปตรงมา สื่อสารเรื่องข้อกฎหมายและการรักษาความสะอาด ต้องแยกกันออกมาให้ชัดเจน” นางสาวปาริชาติ กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น
ส่วนตัวแทนชาวชุมชนในเขตเทศบาลนคร ฯ รวมทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการให้อาหารสัตว์จรจัด พากันแสดงความคิดเห็นตอบโต้ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย เนื่องจากมีการให้อาหารตามพื้นที่สาธารณะ ทำให้เกิดเศษอาหารตกค้างรวมถึงสุนัขขับถ่ายเรี่ยราดและอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะสุนัขจรจัดบางกลุ่มอาจวิ่งไล่รถหรือคนบนท้องถนน ซึ่งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขบ่อยครั้งรวมถึงสุนัขกัดสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชุมชน ส่วนเรื่องป้ายแจ้งเตือนส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมาปัญหาสุนัขจรจัดยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ให้อาหารสัตว์ แต่เมื่อมีป้ายปัญหากลับลดลง อย่างมีนัยยะ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจนและครอบคลุมมากกว่านี้ ทางชุมชนไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาแต่ต้องมีการแก้ไขกันอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายไกรสีห์ รอง นายก ทน.นครราชสีมา กล่าวว่า การจัดการประชากรสุนัขในชุมชน ล่าสุด 15,476 ตัว ไม่มีเจ้าของ 1,103 ตัว แยกเป็นสุนัข 1,056 ตัว แมว 474 ตัว เราเน้นทำงานร่วมกันระหว่างเทศบาลและจิตอาสารวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมฉีดวัคซีนและควบคุมประชากรสุนัขให้เป็นไปตามเป้าหมาย ความขัดแย้งครั้งนี้ถือเป็นใช้วิกฤตเป็นโอกาสจึงได้สร้างความตระหนักปัญหานำสัตว์มาปล่อยทิ้ง การใช้อาหารสัตว์ต้องคำนึกถึงสุขอนามัย ส่วน ทน.นครราชสีมา ปรับเปลี่ยนข้อความในป้ายและกำหนดจุดติดตั้งป้ายให้เหมาะสม เพื่อลดความขัดแย้งและให้สังคมสงบสุข.




