เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นางธัญญรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 17 ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนและขอความเป็นธรรม หลังจากภายหลังลูกชาย อายุ 34 ปี ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พุทไธสง

นางธัญญรัตน์ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กลับมาจากเติมน้ำมันและกดเงินในตัว อ.พุทไธสง เพื่อที่จะเข้าบ้านพัก แล้วไปเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณ 4 แยกมะเฟือง ถนนเส้นพุทไธสง-ชุมพลบุรี

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถกระบะ 4 ประตูมา และแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานพร้อมกับเรียกให้หยุดรถ แต่ลูกชายตกใจประกอบกับเกรงว่าจะถูกตำรวจจับกุม จึงตัดสินใจเร่งเครื่องขับรถหลบหนีอย่างรวดเร็ว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถกระบะไล่ติดตามติดตามอย่างกระชั้นชิด เนื่องจากรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะแต่งซิ่ง และพกพากระเป๋า ในลักษณะต้องสงสัยอาจมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่

จากนั้นลูกชายได้เลี้ยวเข้าซอยถนนลูกรัง บริเวณถนนทางโค้งหนองน้ำบ้านซาด หมู่ที่ 2 ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ก่อนที่รถจะเสียหลักตกหลุมขนาดใหญ่บนถนนจนรถล้มคว่ำ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ลูกชายไม่ได้มีเจตนาทำผิดกฎหมายร้ายแรงหรือมีสิ่งของผิดกฎหมายอื่นใด เพียงแต่ช่วงต้นเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้ ลูกชายมีกำหนดการสำคัญที่จะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเอกสารและหนังสือเดินทาง หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาเกี่ยวกับรถแต่งซิ่ง อาจทำให้เสียประวัติและถูกตัดสิทธิจากการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นความหวังเดียวของครอบครัว

ทั้งนี้ ตนเองมองว่าการไล่ติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระยะทางเกือบ 4 กม. อาจเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและกดดันจนทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาชี้แจง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวตน.